เป็นไม้พุ่มหรือไม้ต้น สูงได้ถึง 15 เมตร ใบรูปรี รูปขอบขนาน หรือแกมรูปไข่กลับ ยาว 5–23 ซม. ปลายแหลมยาว โคนรูปลิ่มหรือเรียวสอบ เส้นแขนงใบข้างละ 5–10 เส้น ก้านใบยาว 0.5–5.5 ซม. ช่อดอกออกเป็นกระจุกหลายช่อที่โคนต้น ยาวได้ถึง 30 ซม. ใบประดับและใบประดับย่อยขนาดเล็ก ดอกสีขาว อมเหลือง หรือแดง ก้านดอกส่วนมากยาวได้ถึง 6 มม. ดอกเพศผู้กลีบเลี้ยงยาว 0.5–3 มม. ดอกเพศเมียแคบและยาวกว่าเล็กน้อย เกสรเพศผู้ 5–7 อัน เกสรเพศเมียไร้ก้านหรือยาวได้ถึง 2 มม. ยอดเกสรยาวได้ถึง 1.5 มม. จัก 2 พู ผลรูปกระสวย เส้นผ่านศูนย์กลาง 1–1.5 ซม. ยาว 1.5–3 ซม. มีสันตามยาว 4–6 สัน สีน้ำตาลแดง เปลี่ยนเป็นสีม่วง เมล็ดยาว 1–1.5 ซม. เยื่อหุ้มสีแดงหรือม่วง
ผลมะไฟสุกจะมีรสเปรี้ยวอมหวานและมีกรดอินทรีย์อยู่หลายชนิด รวมไปถึงวิตามินซี น้ำตาล ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย นิยมรับประทานเป็นผลไม้สดหรือนำไปทำเป็นน้ำผลไม้ นอกจากผลของมะไฟที่มีประโยชน์แล้ว ส่วนอื่น ๆ ของมะไฟก็ยังมีประโยชน์อีกด้วย เช่น ใบของมะไฟและรากสด-แห้ง ต่างก็มีประโยชน์เช่นกัน โดยมีสรรพคุณในการรักษาโรคและอาการต่าง ๆ ได้
ประโยชน์ของ มะไฟ สรรพคุณของ มะไฟวิตามินซีจากผลมะไฟ ช่วยสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้ผิวพรรณเรียบเนียน เปร่งปรั่ง สดใส ทำให้ชุ่มคอ ช่วยขับเสมหะ ละลายเสมหะ แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ใช้เป็นยาช่วยย่อย รักษาอาการอาหารไม่ย่อย แก้อาหารปวดข้อ ปวดเข่า รากสดหรือรากแห้งช่วยดับพิษร้อน ช่วยรักษาโรคเริม แก้วัณโรค
เมล็ดช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ช่วยบรรเทาอาการจุกเสียดท้อง ช่วยให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น ช่วยขับพิษ และขับปัสสาวะ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย เพิ่มการดูดซึมของธาตุเหล็ก ลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง ช่วยสร้างภูมิต้านทาน ลดอาการภูมิแพ้
ข้อควรระวัง สำหรับการรับประทานผลสุกของมะไฟ ซึ่งมีรสหวานอมเปรี้ยวนั้นควรรับประทานแต่พอดี เพราะหากรับประทานเป็นจำนวนมากแล้วอาจทำให้เกิดอาการปวดมวนท้อง ท้องเสียได้ ส่วนในการนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรนั้นก็ควรระมัดระวังในการใช้เช่นเดียวกับการใช้สมุนไพรชนิดอื่นๆ ควรใช้ในขนาดและปริมาณ ที่พอดีที่ระบุไว้ในตำรายาต่างๆ ไม่ควรใช้ในขนาดที่มากจนเกินไป หรือ ใช้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานจนเกินไปเพราะอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้.



