นายชนินทธ์ โทณวณิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนงานปี 69 เนี้บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการเปิดให้บริการโรงแรมใหม่ในหลายประเทศทั่วโลก พื้นที่ด้านยุทธศาสตร์ ทั้งในเอเชีย ตะวันออกกลาง และตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพ อาทิ ญี่ปุ่น เมียนมา ซาอุดีอาระเบีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ รวม 1,400 ห้อง โดยขณะนี้มีโรงแรมที่ลงนามในสัญญาและอยู่ระหว่างดำเนินการของกลุ่มดุสิตธานี 50 แห่งทั่วโลก ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

ขณะเดียวกันได้ปรับกลยุทธ์ หันไปมุ่งเน้นโครงการปรับปรุงอาคารเดิม  และโครงการบราวน์ฟิลด์ ซึ่งมีระยะเวลาการพัฒนาสั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้เร็วกว่าโครงการกรีนฟิลด์แบบดั้งเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขยายธุรกิจ และการควบคุมคุณภาพการดำเนินงานในแต่ละตลาด พร้อมกับเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ ในกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีการเติบโตต่อเนื่อง อามิ แบรนด์ เดวาราณา-ดุสิต รีทรีตส์ แบรนด์ ดุสิต คอลเลคชั่น และแบรนด์ ดุสิต โฮเทลส์ ที่ช่วยขยายการเข้าถึงตลาดตั้งแต่กลุ่มลักชัวรีด้านสุขภาพ

“กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากผลการดำเนินงานด้านการพัฒนาโครงการโรงแรมในปี68  ซึ่งบริษัทได้ลงนามสัญญารับจ้างบริหารโรงแรมใหม่รวม 24 แห่ง ครอบคลุมภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งถือเป็นจำนวนสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท สะท้อนศักยภาพมาตรฐานแบรนด์ไทยของกลุ่มดุสิตธานีในเวทีสากล ทำให้ปัจจุบัน กลุ่มดุสิตธานี มีโครงการในความดูแลทั่วโลกจำนวน 296 แห่ง ใน 18 ประเทศ แบ่งเป็นโรงแรมและรีสอร์ท 58 แห่ง และวิลล่าหรูเพื่อการเช่า 238 แห่ง ครอบคลุม 9 แบรนด์ ตั้งแต่ระดับไลฟ์สไตล์ไปจนถึงลักชัวรีเฉพาะตัว”

นอกจากนี้ ยังมีความสำเร็จของโครงการดุสิตเซ็นทรัลพาร์คซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสานขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ที่ประกอบด้วย โรงแรมระดับ 5 ดาว ที่พักอาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี่ พื้นที่สำนักงานระดับพรีเมี่ยม และศูนย์การค้าสุดหรู เป็นอีกหนึ่งโครงการสำคัญที่สะท้อนศักยภาพในการพัฒนาและบริหารโครงการขนาดใหญ่ที่มีความซับซ้อนของกลุ่มดุสิตธานี