เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 69 ที่ห้องรอยัลจูบิลลี่บอลรูม ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายเตรียมความพร้อมการสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป และการออกเสียงประชามติ ประจำปี 2569 โดยมี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยผู้บริหารกรมในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด นายอำเภอ ผู้อำนวยการเขตในสังกัดกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมรับฟัง และเป็นการถ่ายทอดผ่านระบบ DOPA Channel ไปยังที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้รับการขอความร่วมมือจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการสนับสนุนการเลือกตั้ง สส. ประจำปี 2569 และการออกเสียงประชามติ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอําเภอ ต้องรณรงค์ทุกรูปแบบเพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด และขอเน้นย้ำ “3 ภารกิจกระทรวงมหาดไทยในการช่วยดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง” เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ โปร่งใส และเที่ยงธรรม ได้แก่ 1.การบริหารจัดการข้อมูลและการอำนวยความสะดวกในการเลือกตั้ง ทั้งความสมบูรณ์ของทะเบียนราษฎรต้องมีความถูกต้อง โดยเฉพาะการย้ายเข้า-ย้ายออก การเพิ่ม-การถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตลอดจนตรวจสอบผู้ที่ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านหรือมีคุณสมบัติต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดอย่างเข้มข้น ห้ามมีความคลาดเคลื่อนโดยเด็ดขาด รวมถึงการปิดประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้สมัครรับเลือกตั้งให้ประชาชนเข้าถึงง่ายที่สุด ทั้งรณรงค์ให้ประชาชนตรวจสอบสิทธิการเลือกตั้งผ่านช่องทางดิจิทัลทั้งแอปพลิเคชัน ThaiD เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในการเตรียมการใช้สิทธิเลือกตั้ง

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า 2.การวางตัวเป็นกลางและกำกับดูแลอย่างเคร่งครัด โดยข้าราชการทุกคนต้องยึดถือจรรยาบรรณสูงสุดของข้าราชการ คือ “วางตัวเป็นกลางทางการเมืองอย่างชัดเจน ห้ามใช้ทรัพยากรของรัฐ ตำแหน่งหน้าที่หรือเวลาราชการไปเอื้อประโยชน์ต่อผู้สมัครหรือพรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งเป็นอันขาด” หากฝ่าฝืนจะมีโทษทางวินัยร้ายแรง นอกจากนี้ ต้องปราบปรามทุจริตทุกรูปแบบที่อาจเกิดขึ้น ด้วยกลไกพื้นที่คอยสอดส่องและรับเรื่องร้องเรียนทั้งระดับจังหวัดและอำเภอ โดยหากมีเรื่องร้องเรียนต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ทั้งประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเฝ้าระวังป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง การให้หรือรับผลประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบจากการเลือกตั้ง รวมถึงการบิดเบือนข้อมูลต่าง ๆ ที่ทำให้กระบวนการเลือกตั้งไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า 3.การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ซึ่ง “บุคลากรกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ให้การสนับสนุนที่สำคัญที่สุดในทุกกระบวนการ” นายอำเภอต้องช่วยกำกับดูแลกระบวนการ ตั้งแต่การตรวจสอบ การบริหารจัดการวัสดุต่าง ๆ การจัดเก็บ การขนส่ง การตั้งหน่วยเลือกตั้ง และออกเสียงต้องมีระบบที่ชัดเจนและมีแผนสำรองในกรณีฉุกเฉินด้วย โดยเฉพาะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ต้องมีความแม่นยำเพื่อให้การลงคะแนน การนับคะแนน การรายงานผลเป็นไปอย่างถูกต้อง ปราศจากข้อผิดพลาด สร้างการรับรู้เฝ้าระวังป้องกันการฉีกบัตร และที่สำคัญคือ การกำกับดูแลการรายงานผลลัพธ์คะแนนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย

ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้เน้นย้ำ 4 มาตรการเฉพาะสำหรับพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ 1. การประเมินความเสี่ยงรายวัน โดยเน้นมาตรการด้านการข่าว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยในพื้นที่ ด้วยการพัฒนาศักยภาพและสร้างเครือข่ายการเฝ้าระวัง 2. การจัดตั้งชุดเคลื่อนที่เร็ว ที่ประกอบด้วยฝ่ายปกครอง ตำรวจ อาสาสมัครต่าง ๆ บูรณาการการทำงานในการเข้าระงับเหตุความไม่สงบหรือจัดการเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ถ้าหากมีเหตุในพื้นที่ต้องมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วดำเนินการทันที และรายงานกระทรวงมหาดไทยและคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบเพื่อดำเนินการเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป 3. มาตรการด้านโลจิสติกส์ ทั้งการขนส่งหีบเลือกตั้ง เอกสารสําคัญที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล โดยสนับสนุนเจ้าหน้าที่คุ้มกันและเจ้าหน้าที่ขนส่งตามเส้นทาง และดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมงด้วยความรอบคอบ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น  และ 4. การสร้างความร่วมมือกับภาคประชาชน ด้วยกลไกเครือข่ายความร่วมมือในพื้นที่ สอดส่องดูแลเป็นหูเป็นตาและแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดมาที่ฝ่ายปกครอง.