เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าช่วงเย็นที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถานนครราชสีมาและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจากมูลนิธิพรหมธรรมสถานสงเคราะห์อำเภอสีคิ้ว ทยอยนำร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุเครนรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถไฟโดยสารด่วนดีเซลราง ขบวนที่ 21 สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี มาไว้ยังห้องเก็บศพ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้รายงานว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 67 ราย และเสียชีวิต 32 ราย สูญหาย 3 ราย ราย โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 09.13 น.วันที่ 14 มกราคม 2569

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้ทยอยนำร่างผู้เสียชีวิต 21 ราย มาเก็บรักษาเพื่อเตรียมให้แพทย์ชันสูตรพิสูจน์อัตลักษณ์เป็นรายบุคคล เนื่องจากร่างของผู้เสียชีวิตทั้งหมดส่วนใหญ่จะอยู่ในโบกี้โดยสารที่2 ซึ่งถูกไฟคลอก และถูกเครนทับ จนไม่สามารถพิสูจน์อัตลักษณ์ได้และไม่มีเอกสารใดๆติดตัว โดยการพิสูจน์อัตลักษณ์แพทยย์ระบุว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 11 ราย ศพยังอยู่ที่โรงพยาบาลสีคิ้ว จ.นครราชสีมาเพื่อรอญาติมาติดต่อรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ต่อมาเวลา 17.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เดินทางไปยังสถานที่เกิดเหตุเพื่อสอบถามสาเหตุของเครนถล่มจากวิศวกรผู้ควบคุมงานและผู้เกี่ยวข้อง โดยมีนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผวจ.นครราชสีมาและ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.นครราชสีมา และตัวแทนบริษัทอิตาเลี่ยนไทยซึ่งเป็นผู้รับจ้างก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงโครงการดังกล่าวให้การต้อนรับ

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมปลอบขวัญและแสดงความเสียใจกับญาติผู้เสียชีวิตที่มารอลุ้นการค้นหาร่างผู้สูญหายอยู่บริเวณที่เกิดเหตุโดยนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรีได้รับปากว่ารัฐบาลจะให้ช่วยเหลือผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บอย่างเต็มที่ ต่อมานายอนุทินฯได้เข้ารับฟังการสรุปเหตุการณ์จากผู้เกี่ยวข้องและสั่งการให้หาผู้รับผิดชอบโดยด่วนและเร่งให้การช่วยเหลือแก่ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทันที