เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่แฟนๆ ต่างพากันพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับธุรกิจขนมหวานแบรนด์ “SOURI” (ซูรี) ของนักแสดงหนุ่ม “วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร” ที่ตอนนี้มีสาขาอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ และแต่ละสาขาก็สร้างปรากฏการณ์ฮือฮาไปทั่วโลกออนไลน์มากมาย ล่าสุดเจ้าตัวเปิดใจถึงเรื่องนี้ในงานแถลงข่าว JUVELOOK : DUAL LOOK FOR A YOUTHFUL LOOK ณ ลานอีเดน ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ว่าภารกิจสุดล้ำในปี 2026 ที่เจ้าตัวขอมุ่งมั่นเรียนขับเครื่องบินเพื่อซัพพอร์ตธุรกิจขนมหวานที่กำลังโตแบบฉุดไม่อยู่ พร้อมเผยความภูมิใจหลังลบคำสบประมาท ทำธุรกิจสำเร็จด้วยคุณภาพ ไม่ใช่แค่เพราะชื่อเสียง

วิน เมธวิน เผยว่า “สำหรับปี 2026 นี้สิ่งที่ได้ไปต่อผมบอกเลยว่าการขับเครื่องบินเป็นหนึ่งในภารกิจที่ผมจะทำให้ได้ ผมกำลังสรรหาสถานที่ศึกษาในการขับเครื่องบิน ผมกำลังหาอยู่ว่าสถานที่ไหนควรจะเรียน และเรียนจบเร็วที่สุด พูดจริงนะ เพราะธุรกิจผมมีหลายสาขาตอนนี้ครบทั่วประเทศแล้ว และรู้สึกว่าตอนนี้เริ่มส่งไม่ทันแล้ว ทีนี้เราจะทำยังไงให้ส่งได้เร็ว เราก็ต้องขับเครื่องบินส่งเอง ตอนนี้ในซูเปอร์มาร์เก็ตมีขายแล้ว มันมีหลายภาคส่วน และซูเปอร์ก็มีหลายสาขาด้วย ต่างจังหวัดอีก บางที่มีต่างประเทศด้วย ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็อย่างน้อยทางนี้แหละน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดครับ ผมจริงจังในการเรียนแน่นอนครับ (แต่จะเอาเวลาที่ไหนไปเรียน?) นั่นนะสิ (หัวเราะ) ก็คงเป็นเวลาที่เราถ่ายซีรีส์เสร็จ ผมกำลังแพลนอยู่ว่าจะเอาเวลาช่วงไหนดี แต่ก็พยายามหาวันว่างครับ

จริงๆ สาขาที่บรรทัดทองเป็นอะไรที่เกินคาดหมายมาก เป็นโปรเจกต์ที่ซุ่มทำมาเกือบปีเลยว่าจะทำยังไงดีให้สาขานี้มีเอกลักษณ์และมีความตอบโจทย์ตรงโซนบรรทัดทองมากที่สุด ก็เลยมานั่งคิดนั่งพัฒนารสชาติว่าทำยังไงดีให้มันดูใหม่และเป็นที่น่าสนใจ พอได้ผลตอบรับที่ดีมากๆ ทุกคนก็ดีใจ ในทีมก็แฮปปี้ครับ (ตกใจมั้ยคนต่อแถวยาวจนล้นลงถนน?) ก็ตกใจมากครับ เป็นห่วงความปลอดภัยด้วย เพราะจริงๆ คือมันล้นออกมาฟุตปาธจนเต็มถนน ก็เป็นห่วงทุกคนครับ ก็เลยพยายามบอกทีมงานว่าให้ทุกคนอยู่ในฟุตปาธเอาไว้ อย่าลงไป เพราะห่วงความปลอดภัยของทุกคนครับ”

วิน เมธวิน เผยต่อว่า “พี่สิงโต (ปราชญา เรืองโรจน์) บอกว่าทำไมไม่ส่งมาให้ชิมบ้าง ก็พยายามนะครับ อย่างถ้าเรามีอีเวนต์ด้วยกัน ผมก็พยายามเอาไปให้หลังเวที หลังงานเพื่อให้ทุกคนได้ชิม แต่พี่สิงโตก็พยายาม DM มาอยู่ตลอดว่าอยากกินรสนั้น รสนี้นะ พี่อยากกินรสไก่ทอดนะ ผมก็เลยบอกว่าพี่ไปหาดใหญ่เลย มีขายที่นั่น (ยิ้ม) แต่ถ้าอยู่เชียงใหม่กินไม่ได้นะ นี่เป็นกฎเหล็กเลย ก็มีห้ามพนักงานในออฟฟิศว่าไม่ให้ใครสั่ง ไม่มีใครมีสิทธิได้ชิมนะครับ ต้องไปกินที่สาขานั้นเท่านั้น แต่ถามว่าจะมีวันที่เอาทุกอย่างของทุกสาขามารวมในงานเดียวไหม อันนี้ต้องรอติดตาม คือจริงๆ เราอยากจะทำให้มันเอ็กซ์คลูซีฟจริงๆ สำหรับแต่ละจังหวัด อยากให้มันพิเศษมากๆ สำหรับทุกจังหวัดเลยที่เราไป ก็เลยยังไม่ได้มีอันนั้นอยู่ในแพลนเท่าไหร่ว่าจะรวมครับ

ส่วนเรื่องที่ธุรกิจประสบความสำเร็จผมว่าแก่นหลักของธุรกิจที่ผมทำ คือเราใส่ใจในเรื่องของผลิตภัณฑ์มากๆ เราใส่ใจในเรื่องของคุณภาพ เราใส่ใจในเรื่องของหน้าตาของมันที่มันสามารถตอบสนองในด้านของโฟโต้เจนิกได้ แล้วก็สามารถถ่ายรูปคู่ได้ และก็สิ่งแวดล้อมของร้านเราทำให้มันเข้ากับเจนใหม่มากๆ รู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราทำของดีจริงๆ เราใช้ของดี วัตถุดิบที่ดีครับ ก็เป็นสิ่งที่น่าจะเป็นจุดที่มันยั่งยืนได้ (สบายใจหรือยัง จากที่หลายคนเคยว่าที่ขายได้เพราะวิน ไม่ใช่เพราะสินค้า?) ดีใจมากครับ จริงๆ ประโยคนี้มันเป็นเป้าหมายที่อยู่กับผมมาตั้งแต่ช่วงผมเปิดแบรนด์แรกๆ เลยครับ (เป็นปม?) ใช่ๆ มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราอยากทำจุดนี้ให้ได้ เราอยากทำให้คนซื้อซูรี เพราะรักซูรี ไม่ได้ซื้อซูรีเพราะรักวิน เมธวินอย่างเดียว พอมาถึงวันนี้เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมามันถูกทาง แล้วก็สิ่งที่เราตัดสินใจมันเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์เป้าหมายในวันนี้จริงๆ ก็ดีใจมากๆ เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รู้สึกภูมิใจมากๆ ด้วยที่ทำได้ (สบายใจมั้ยที่ลบคำพูดนี้ได้?) สบายใจมากๆ เลยครับ อย่างที่ผมบอกผมใส่ใจในด้านของผลิตภัณฑ์จริงๆ แล้วก็ทำของดีจริงๆ ก็รู้สึกว่านี่เป็นสิ่งที่ทำให้ยั่งยืนได้ ส่วนซูรีผมก็ตั้งเป้าว่าปีนี้จะไปตลาดต่างประเทศ เป็นหนึ่งในเป้าหมายของปีนี้จะพาซูรีไปตลาดต่างประเทศให้ได้ครับ ก็จะพยายามครับ ที่แรกที่ไหนยังไม่บอกครับ ต้องรอติดตามครับ”

วิน เมธวิน เผยต่อว่า “ส่วนภาพวันเด็กที่เราโพสต์ไป ตอนเด็กๆ เราภูมิใจนะว่าทรงนี้มันมา ยืนอยู่กับเพื่อนคือเราเด่นสุด เพราะด้วยทรงผมมันโดดเด่นมากๆ แล้วมันเท่มากสมัยก่อน แต่พอเรากลับมาดูรอบนี้รู้สึกว่ากูทำอะไรลงไปวะ (หัวเราะ) ก็รวบรวมความกล้าอยู่พอสมควร ตอนแรกจะลงไอจี แต่เดี๋ยวคนเห็นเยอะ ไม่เอาดีกว่า ก็ลงในทวีตดีกว่า ปรากฏคนเห็นเยอะกว่าเดิมอีก (หัวเราะ) รูปนี้แม่ส่งมา ถามแม่ว่ามีรูปวันเด็กอะไรบ้าง แม่ก็ส่งรูปนี้มา แล้วมันเตะตาก็เลยลง”

ขอบคุณภาพประกอบ : winmetawin