เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักข่าวนิเคอิเอเชียของญี่ปุ่น เผยแพร่บทสัมภาษณ์พิเศษนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ หลานชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ถึงการตั้งเป้าจำนวน สส. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ว่า พรรคเพื่อไทย ตั้งเป้าคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรอย่างน้อย 200 ที่นั่ง จากทั้งหมด 500 ที่นั่ง เพื่อให้สามารถประสานงานกับพรรคอื่น และสร้างเสถียรภาพให้กับรัฐบาลได้ และไม่ว่าผลการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. นี้ จะเป็นอย่างไร ตนเปิดกว้างในการจับมือกับพรรคการเมืองอื่น เพื่อให้ได้เสียงข้างมากที่มากขึ้นในการจัดตั้งรัฐบาลผสม หากนโยบายตรงกัน

นิเคอิ ยังระบุว่า เพื่อรักษาความนิยมของพรรคเพื่อไทย ยังเดินหน้าต่อด้วยนโยบายแจกเงิน ซึ่งเป็นนโยบายเอกลักษณ์ นายยศชนัน บอกว่า พรรคเพื่อไทย ได้ประยุกต์นโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน ซึ่งจะไม่สร้างภาระทางการคลังให้กับงบประมาณของประเทศ โดยพรรคเพื่อไทย เสนอนโยบายอุดหนุนเงินสูงสุด 3,000 บาทต่อเดือน หรือสูงสุด 36,000 บาท/ปี แก่ประชาชนที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเปราะบางหรืออยู่ต่ำกว่าเส้นระดับความยากจน หรือ ‘นโยบายไทยไร้จน’ ซึ่งเงินดังกล่าวจะมอบให้กับผู้ที่ขาดโอกาส เช่น ผู้พิการ หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถทำงานเพื่อเลี้ยงชีพได้ ซึ่งรัฐบาลจะกำหนดเกณฑ์รายได้ และนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการประเมินว่า ใครมีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือบ้าง AI จะช่วยจำแนกกลุ่มประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินสนับสนุน เพื่อให้รัฐบาลสามารถใช้งบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนิเคอิ มองว่า นโยบายนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่ต่ำกว่านโยบายประชานิยมเชิงรุกที่พรรคเพื่อไทยประกาศไว้ในการหาเสียงเลือกตั้งปี 66 ซึ่งเคยสัญญาว่าจะแจกเงิน 10,000 บาท ให้กับคนไทยทุกคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

นายยศชนัน ยังบอกกับนิเคอิ ว่า พรรคเพื่อไทย จะใช้ AI และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อเพิ่มผลิตภาพทั้งในภาคเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ซึ่ง AI จะถูกนำมาใช้ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ผ่านการพยากรณ์อากาศ การบริหารจัดการน้ำ รวมถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพสายการผลิตและลดต้นทุนในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งพรรคเพื่อไทย มีแผนดำเนินโครงการขนาดใหญ่ เพื่อบูรณาการระบบบริหารจัดการน้ำ สนับสนุนภาคเกษตรกรรมให้มีน้ำเพียงพอ และป้องกันอุทกภัยที่อาจส่งผลกระทบต่อเมือง และนิคมอุตสาหกรรม โดยโครงการนี้ จะเป็นโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ เริ่มตั้งแต่แหล่งน้ำในป่า ไปจนถึงเครือข่ายคลอง เมือง และทะเล จากนั้น พรรคเพื่อไทยจะจัดหาน้ำให้เพียงพอแก่เกษตรกร และป้องกันไม่ให้เมือง และนิคมอุตสาหกรรมประสบปัญหาน้ำท่วมได้

ส่วนการเดินหน้าโครงการเรือธง ‘กาสิโน’ หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นายยศชนัน ยอมรับว่า พรรคเพื่อไทยหากจำเป็นต้องระงับโครงการนี้ เนื่องจากพรรคเพื่อไทยไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งขึ้นอีก แต่ในทางกลับกัน พรรคเพื่อไทย จะปรับพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพ และการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ซึ่งถือเป็นโครงการเพื่อสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยว หากโครงการหนึ่งไม่เวิร์ก ก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ขอเพียงวัตถุประสงค์ตรงกัน