สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่าเครื่องดื่มที่ไม่ใช่นมวัว เช่น นมถั่วเหลืองเสริมวิตามิน อาจมีให้บริการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า หลังจากมีการนำ “กฎหมายว่าด้วยนมสดเพื่อสุขภาพที่ดีของเด็ก” มาใช้ ซึ่งผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส เมื่อช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว
การดำเนินการนี้อนุญาตให้โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการอาหารกลางวันแห่งชาติ สามารถเสิร์ฟนมสดและนมไขมัน 2% ควบคู่ไปกับนมพร่องมันเนยและนมไขมันต่ำ ที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2555 รวมทั้งอนุญาตให้โรงเรียนเสิร์ฟนมชนิดอื่น ซึ่งไม่ใช่นมวัว และกำหนดให้โรงเรียนต้องจัดหานมทางเลือก หากเด็กมีใบรับรองจากผู้ปกครองที่ระบุว่า พวกเขามีข้อจำกัดด้านอาหาร
Whole Milk is back. ????
— The White House (@WhiteHouse) January 14, 2026
President Trump signs the Whole Milk for Healthy Kids Act, allowing schools participating in the National School Lunch Program to offer whole milk, expanding beverage choices for students and boosting production for dairy farmers. pic.twitter.com/uHEUuF59Sw
การลงนามรับรองกฎหมายของทรัมป์ในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐเผยแพร่แนวทางการบริโภคอาหารสำหรับชาวอเมริกันปี 2568-2573 ซึ่งเน้นย้ำถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์นมไขมันเต็มส่วน โดยระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพ สวนทางกับแนวทางในอดีต ที่แนะนำให้ผู้บริโภคที่มีอายุมากกว่า 2 ปี ควรบริโภคนมไขมันต่ำ หรือปราศจากไขมัน
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจมีผลบังคับใช้เร็วที่สุดในฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ แม้เจ้าหน้าที่ด้านโภชนาการในโรงเรียน และอุตสาหกรรมนม กล่าวว่า ต้องใช้เวลานานกว่านั้นสำหรับบางโรงเรียน ในการประเมินความต้องการนมไขมันเต็มส่วน และปรับห่วงโซ่อุปทาน
มาตรการใหม่ถือเป็นการยกเลิกข้อกำหนดของ “Healthy Hunger-Free Kids Act” หรือกฎหมายว่าด้วยการมีสุขภาพดีโดยปราศจากความหิวโหยในเด็ก ซึ่งประกาศใช้เมื่อกว่าสิบปีที่แล้ว ในสมัยรัฐบาลโอบามา เพื่อลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว และแคลอรีในนมไขมันสูงของเด็ก ๆ
โรงเรียนต่าง ๆ จะต้องจัดหานมสดหลากหลายชนิดให้นักเรียน ซึ่งรวมถึงนมสดปรุงแต่งรสและไม่ปรุงแต่งรส แบบออร์แกนิกหรือแบบทั่วไป นม 2%, 1% และนมปราศจากแลคโตส รวมถึงนมทางเลือกที่ไม่ใช่นมวัว แต่ได้มาตรฐานทางโภชนาการ.
เครดิตภาพ : AFP



