ทำเอาแฟนคลับตื่นเต้นกันยกใหญ่ สำหรับนางเอกสาวหน้าหวาน “มิว-นิษฐา คูหาเปรมกิจ” ที่หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่ เพื่อไปเติมเต็มความสุขให้ครอบครัวและทำหน้าที่คุณแม่ลูกสองอย่างเต็มที่ แต่ล่าสุดเธอได้ปรากฏตัวในลุคสุดปังที่ยังคงความสวยเป๊ะไม่เปลี่ยนในงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม STILL Sukhumvit 20 พร้อมทั้งสาวมิวเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงก้าวใหม่ในการกลับมาทำงานแสดงอีกครั้ง พร้อมเรื่องราวสุดน่ารักภายในครอบครัวที่ทำเอาเจ้าตัวถึงกับต้องแอบเขินลูกตัวเอง

โดยสาวมิวเผยว่า “หลายคนชมว่ามีลูกแล้วแต่ยังสวยเหมือนเดิม ก็ขอบคุณค่ะ ถึงจะมีลูกแล้ว แต่เราก็ยังดูแลตัวเองอยู่ ยังต้องให้เวลากับตัวเองในการออกกำลังกาย ทานอาหารดี นอกจากเอาเวลาไปรับส่ง ไปเล่นกับลูกค่ะ แล้วมิวก็กลับมาทำงานแล้วด้วย มีถ่ายหนัง ก็น่าจะได้ดูเร็วๆ นี้ค่ะ ตัดสินใจไม่นาน เพราะพอเรามีลูกคนที่สองไปสักพักก็เริ่มรู้สึกคิดถึงการแสดง ตอนนั้นก็มีติดต่อมาหลายโปรเจกต์มาก ก็ใช้เวลาในการเลือกว่าจะเป็นโปรเจกต์ไหนอยู่พักนึง สุดท้ายก็มาเจอกับโปรเจกต์นี้ที่มิวรู้สึกว่าทุกอย่างมันลงตัว ด้วยเรื่องของเวลา ทีมงาน ผู้กำกับ และตัวเนื้อเรื่องด้วย มันเป็นอะไรที่เรามองหาอยู่ในตอนนั้น
สามีค่อนข้างให้พื้นที่เราในการตัดสินใจทำอะไรต่างๆ ค่ะ เราแค่รู้สึกอยากจะไปทำแล้วก็คุยกับเขา ส่วนเรื่องไปรับไปส่งลูก เราก็จัดการได้ ก็จะมีปู่ย่าตายายและน้องสาวมิวที่เวียนกันมาช่วยดูในวันที่มิวมีถ่าย บางทีก็เอาเขาไปไว้บ้านคุณยาย เขาก็สนุกแฮปปี้ ก็เลยรู้สึกว่าไม่ต้องห่วงเขาในวันที่เราต้องไปทำงาน ก็ทำงานได้เต็มที่ แต่ก็ต้องเคาะสนิมบ้างนิดหน่อย (หัวเราะ)
ถามว่าลูกรู้ไหมว่าเราเป็นดารา ลูกก็ยังไม่เข้าใจความเป็นดารา เคยเปิดละครที่เราเล่นให้เขาดู ตอนนั้นเปิดเรื่อง “อกเกือบหัก” ด้วยนะ เป็นละครใสๆ น่ารักๆ ตอนนั้น แล้วเขาเห็นฉากที่เราร้องไห้ เขาจะร้องตาม เหมือนเขาเห็นแม่ร้องไห้ และเขายังแยกไม่ออกว่าอันนี้คือเป็นการทำงาน เป็นอีกคาแรกเตอร์นึงที่ไม่ใช่แม่ เขาก็ถามวนอยู่อย่างนั้นว่าทำไมแม่ถึงร้องไห้ แม่เสียใจเหรอ แม่ร้องไห้จริงไหม หรือแม่แกล้งร้องไห้

มิวก็ไม่ค่อยกล้าเปิดให้เขาดู เพราะเราไม่รู้ว่าเขาเข้าใจหรือเปล่า เดี๋ยวเขาจะรู้สึกนอยด์ว่าแม่เสียใจ มิวคิดว่าถ้าเขาโตอีกนิดเขาน่าจะแยกได้ว่าเป็นอีกคาแรกเตอร์นึง คือมิวไม่อยากบอกเขา คือเขาก็จะถามว่าแม่ร้องจริงไหม หรือแม่แกล้งร้องไห้ เราก็ไม่อยากบอกว่าแกล้งร้องไห้ เพราะในขณะนั้นเราก็ร้องจริงๆ มันอธิบายยากนิดนึง งั้นก็ยังไม่ไปแตะเรื่องพวกนี้แล้วกัน ก็ปล่อยให้เขาเห็นว่าแม่ไปทำงานก็คือไปทำงาน ไม่ได้บอกว่าเป็นนักแสดง จริงๆ มิวก็เคยบอกเหมือนกันนะคะว่า แม่เป็นนักแสดง จะได้เห็นแม่ในจอทีวี เขาก็เข้าใจแบบงงๆ (หัวเราะ) เขาอาจจะมีเชื่อบ้าง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจขนาดนั้นว่าหน้าที่จริงๆ แล้วมันคืออะไร
แต่เวลาคนมาขอถ่ายรูป เขาก็มีถามเหมือนกันว่าทำไมมีคนมาขอแม่ถ่ายรูป และเขาชอบพี่บิวกิ้น (พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล) ชอบพี่วี (วิโอเลต วอเทียร์) มิวก็จะบอกว่า เมื่อก่อนคนก็รู้จักแม่เหมือนอย่างนี้แหละ (หัวเราะ) มีคนรู้จักแม่เยอะแยะเลย เขาก็บอกว่าจริงเหรอ เขาก็ไม่แน่ใจว่า แม่สามารถมีคนรู้จักได้เยอะขนาดนั้น (หัวเราะ) มิวก็แอบเขินๆ ในการบอกลูกว่าเราเคยเป็นแบบนั้นนะ มันก็นานมาแล้ว และไม่รู้ว่าลูกเข้าใจจริงหรือเปล่า ไม่รู้เขาจะเชื่อได้ไหม เราก็หวังว่าเขาคงเข้าใจสักวันนึงค่ะ
ซึ่งตัวลูกๆ เขาจะชอบเพลงค่ะ เคยพาเขาไปดูคอนเสิร์ตของบอดี้สแลม กลับมาก็คือคลั่งพี่ตูน บอดี้สแลม พาไปดูคอนเสิร์ตวี วิโอเลต กลับมาก็คลั่งพี่วี ได้ดูพี่บิวกิ้นร้องเพลง กลับมาก็คลั่งพี่บิวกิ้น เขารู้สึกว่าเวลาคนที่ร้องเพลงได้ เต้นได้ เป็นคนเก่งสำหรับเขามั้ง เพราะเขาอาจจะชอบ เขาก็จะปลื้มเป็นพิเศษ ส่วนเขารู้ไหมว่าเป็นทายาทหมื่นล้าน (หัวเราะ) มิวก็คงไม่ได้ไปพูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องฐานะอะไร เขายังเด็กเกินไป ก็ให้เขาเป็นไปตามวัยของเขาค่ะ ให้เขาอยู่กับคนได้ทุกแบบ

มิวว่ามันน่าจะเป็นอะไรที่ธรรมชาติมากที่สุดสำหรับเขาตอนนี้ มิวก็เลี้ยงให้เขาเป็นเด็กคนนึงเลยค่ะ จะพาเขาไปทานร้านข้างทางบ้าง ร้านบรรยากาศดีๆ บ้าง ให้เขาได้หมด เจอสถานการณ์ไหนก็ขึ้นได้ลงได้ ตอนไปทานอาหารข้างทาง แรกๆ เขาก็จะบ่นว่าร้อนแหละ เพราะมันไม่มีแอร์ เราก็บอกว่ามันปกติ บางร้านก็มีแอร์ บางร้านก็ไม่มีแอร์ และร้านนี้ก็อร่อยนะ ทำไมจะไม่มากินล่ะ แม่ชอบ
ลูกสองคนก็เป็นเด็กที่น่ารัก และเรารู้สึกว่าอะไรที่เขาเกินเลยนิดนึง เราก็พยายามตบเขาเข้ามาให้อยู่ในสิ่งที่ถูกต้อง เขาก็ค่อนข้างจะเป็นเด็กสดใสร่าเริง เอเนอร์จี้เยอะ แอ็กทีฟเราคนเป็นแม่อาจจะต้องการตรงนั้นจากลูกเหมือนกัน เราก็ทันลูกบ้าง ไม่ทันบ้าง เพราะเอเนอร์จี้เด็กเยอะจริงๆ ไม่รู้จักเหนื่อย เราก็พยายามจะให้ทันนะคะ เพราะเราก็อยากจะเป็นเพื่อนเล่นกับเขาได้ พยายามจะดร็อปตัวเองให้เด็กลงให้ทันกับเขา”

ขออขบคุณภาพประกอบจาก mewnittha



