นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.)  เปิดเผยว่า  กรมทางหลวงได้ระดมเครื่องจักรและเจ้าหน้าที่เข้าบริหารจัดการพื้นที่เครนถล่มบนถนนพระราม 2 อย่างเต็มกำลัง โดยติดตั้งรถเครนขนาด 550 ตัน จำนวน 2 คัน ตั้งแต่กลางคืนวันที่ 15 ม.ค. เพื่อยกโครงสร้างเหล็กและวัตถุที่มีน้ำหนักมาก

เช้าวันที่ 16 ม.ค. ทีมวิศวกรได้เริ่มตัดแยกชิ้นส่วนโครงเหล็ก (LG) และทยอยยกชิ้นส่วนโครงเหล็ก และคอนกรีตหล่อสำเร็จออกจากพื้นที่ตามลำดับขั้นตอนทางวิศวกรรมที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด  ตั้งเป้าหมายให้การรื้อย้ายสิ่งกีดขวาง รวมถึงการตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างให้แล้วเสร็จภายในไม่เกิน 14 วัน เพื่อเร่งคืนผิวจราจรช่องทางหลักทั้งขาเข้า และขาออกให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติโดยเร็ว ไม่เกินวันที่ 30 ม.ค.

ได้ประสานตำรวจทางหลวงและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการจราจรและบรรเทาผลกระทบของผู้ใช้เส้นทางบนถนนพระราม 2 ควบคู่กับการกำชับให้ตรวจสอบความปลอดภัยของเครื่องจักรและโครงสร้างในทุกจุดของโครงการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซ้อน  

พร้อมมีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอุบัติเหตุ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และผู้แทนจากสภาวิศวกร ร่วมเป็นคณะกรรมการ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง วิเคราะห์สาเหตุของการเกิดเหตุอย่างรอบด้าน และรายงานผลการตรวจสอบให้ทราบภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด