ต้องถือว่ายังมีโอกาสต่อสู้ในการเลือกตั้ง แม้ศาลอาญา จะมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัว “นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ”  ผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.)  หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 196/69 ลง 13 ม.ค.69  ในข้อหา “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันหรือทำอุบายล่อช่วยประกาศโฆษณา หรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่นหรือเข้าพนัน ในการเล่นพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน และสมคบฯฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน” 

โดยศาลอาญา พิจารณาแล้ว มีคำสั่งว่า พิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาว่าร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิดดังกล่าว ตามคำร้องฝากขังผู้ต้องหามีพฤติการณ์เป็นกลุ่มสั่งการหรือจัดการในเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยมีเงินหมุนเวียนในระบบจำนวนมาก นอกจากจะเป็น การมอมเมาประชาชน ให้ลุ่มหลงในอบายมุขแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ และสังคมโดยรวม กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนี จึงไม่อนุญาตให้ยกคำร้อง

ด้าน “นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี นายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.พรรคปชน. ถูกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ควบคุมตัวและแจ้งข้อกล่าวหาพัวพันเว็บไซต์พนันออนไลน์ จะเข้าข่ายขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่ ว่า ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย เขาจะเป็นผู้สมัครไป จนถึงวันที่ 8 ก.พ. 2569 เพราะว่าสิ่งที่ปรากฏตามข่าว ไม่ใช่ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัคร แค่อยู่ในชั้นของพนักงานสอบสวน แต่ถ้ามีเหตุเช่น เขาลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค หรือถูกพรรคขับออก ก็จะถือว่ามีลักษณะต้องห้ามการเป็นผู้สมัคร ผอ.เขต ก็จะร้องไปที่ศาลฎีกา

ถ้าศาลฯ สั่งทันก่อนวันเลือกตั้ง กกต.ก็จะสั่งถอนชื่อผู้นั้นจากการเป็นผู้สมัคร แต่ถ้าศาลฯ สั่งไม่ทันก่อนวันเลือกตั้ง เขาก็จะยังคงเป็นผู้สมัคร ประชาชนสามารถลงคะแนนให้ได้ และถ้าเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้ง ผอ.เขตก็จะเสนอมาให้ กกต.พิจารณา หาก กกต.เห็นด้วยว่าเป็น ผู้ที่ขาดคุณสมบัติ ก็จะประกาศยกเลิกการเลือกตั้งของ เขตเลือกตั้งดังกล่าว และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ถ้าไม่ได้รับการเลือกตั้งก็จะไม่มีปัญหา

เมื่อถามย้ำว่าหากในชั้นสอบสวน ไม่ได้รับการประกันตัว และถูกจำคุก จะถือว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ไม่เป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติ ได้รับการยกเว้น โดยกฎหมายเก่าเอาคุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง มาเป็นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งด้วย คือวันเลือกตั้งต้องไม่ถูกคุมขังโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่รัฐธรรมนูญ (รธน.) ปัจจุบัน มาตรา 98 ได้ยกเว้นไว้คือจะยังคงเป็นผู้สมัคร ถ้าไม่มีคำพิพากษาให้จำคุก และถูกคุมขัง โดยหมายของศาล เว้นแต่ตัวผู้สมัครไปทำให้ตัวเขามีลักษณะต้องห้าม เหมือนกรณีเลือกตั้งท้องถิ่นล่าสุด ที่ผู้สมัครบวชพระ ซึ่งแม้ กกต.จะเห็นว่า เขาขาดคุณสมบัติ แล้ว แต่ยังมีกระบวนการที่ต้องดำเนินการ คือ ผอ.กกต.เขต จะต้องไปร้องศาลฎีกาเพื่อถอนชื่อ แต่ถ้าเป็นหลังการเลือกตั้งไปแล้วจะเป็นหน้าที่ กกต. ที่จะต้องไม่ประกาศชื่อเป็น ผู้ได้รับการเลือกตั้ง

คำถามคือ  แม้ “นายรัชต์พงศ์” จะยังไม่ขาดคุณสมบัติ กับการลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่คำถามคือ แกนนำพรรคสีส้ม จะกล้าเดินทางไปหาเสียงในพื้นที่  เพราะหากถูกตั้งคำถามถึง จุดยืนของพรรค หลังประกาศนโยบายมีเราไม่มีเทา  หรือ จะยอมตัดทิ้ง สส. ในพื้นที่นี้  ท่ามกลางการแข่งขันกับคู่ต่อสู้อย่าง “ภูมิใจไทย (ภท.) ที่หลายโพลระบุว่า จะแพ้ชนะกันแบบ หายใจรดต้นคอ

ถือเป็นสัจธรรมของพรรคการเมือง ที่ตั้งขึ้นมาภายหลังรัฐประหาร  มักจะมีอายุอยู่ไม่นาน เช่นเดียวกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)  ที่เคยยิ่งใหญ่เป็นถึงแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แต่พอมาถึงห้วงเวลาหนึ่ง  เมื่อกระแสความนิยมพรรคลดน้อยลง  ก็อาจถึง คราวต้องปิดฉาก  เพราะไปต่อไม่ไหว เมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มผู้สมัคร สส. พรรค พปชร. ได้นัดรวมพลเพื่อทวงถามความชัดเจนด้านนโยบาย  ตลอดจนการบริหารจัดการภายในพรรค

พร้อมเรียกร้องให้ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” ประธานที่ปรึกษาพรรค และ อดีตหัวหน้าพรรค กลับมาบริหารงานพรรค เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้สมัคร รวมถึงสมาชิกพรรค เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดหมาย 10.00 น. มีผู้สมัคร สส. เดินทางมาไม่ถึง 10 คน โดยมีผู้สมัคร สส.จากหลายภาค เดินทางมา อาทิ อุบลราชธานี  นครพนม ปัตตานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และชลบุรี ขณะที่มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งว่า จะมีผู้สมัครเดินทางมากว่า 100 คน

ด้าน “น.ส.ณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 กล่าวว่า เราตั้งใจมารวมกัน 100-200 คน แต่ว่าหลายคนอยู่ต่างจังหวัดกำลังทยอยมา ยืนยันไม่ใช่เรื่องเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้สมัคร สส.ได้ส่งหนังสือมาถึงพรรค เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงยุทธศาสตร์ และแนวทางในการหาเสียงของผู้สมัคร แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ อยากให้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพ ทำเหมือน ไม่ให้เกียรติผู้สมัคร

พวกเรายังเชื่อมั่นใน การทำงานของพรรค และ พล.อ.ประวิตร จึงอยากได้ความชัดเจนตรงนี้ ในส่วนของผู้สมัครยังเดินหน้าต่อไป แต่อยากให้ช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ใช่ปล่อยทิ้งกลางทาง  ส่วนประเด็นที่ว่า เมื่อ พล.อ.ประวิตร ไม่อยู่แล้ว จะไม่มีการสนับสนุน ค่าใช้จ่ายการหาเสียงนั้น ยอมรับว่าตรงนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลัก คือกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ไม่ให้เกียรติผู้สมัคร

ส่วน “นายกิตติศักดิ์ ครุฑประเสริฐ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า กิจกรรมของพรรคในช่วงวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นทำให้ สมาชิกพรรคมีกำลังใจ โดยแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 2 คน ทั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้พูดปลุกใจลูกพรรคได้ดีมาก แต่หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งลาออก ทำให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคที่ฝากชีวิตไว้ กำลังใจถดถอย แต่ยังคงรออยู่ว่า วันใด ผู้บริหารพรรค หรือแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค จะจัดกิจกรรม Kick-Off การหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครเข้าไปแสดงนโยบาย

แต่เหลืออีก 20 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้ง ก็ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบกับพรรคใหญ่อย่าง พรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคปชน.  หรือพรรคโอกาสใหม่ ที่เพิ่งตั้งพรรคก็มีกิจกรรม Kick-Off หาเสียงแล้ว เหลือแต่พรรค พปชร. ซึ่งเป็นพรรคที่มีผลงานเป็นอย่างมาก และ บริหารประเทศมาแล้ว กลับปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า ทั้งที่ “ลุง 3 ป.”  เคยทำสำเร็จ และประชาชน ได้รับนโยบายที่ดี จากพรรค พปชร.และมั่นใจว่าพรรคยังมีจุดขาย

ขณะที่ นายอิบรอเฮง โตะฮีแล” ผู้สมัคร สส.ปัตตานี เขต 2 เปิดเผยว่า เคยสมัคร สส.กับพรรค พปชร.มาก่อน ไม่เคยเจอเช่นนี้ แม้แต่ป้ายหาเสียง ก็ยังไม่มี รู้สึกเสียใจที่เหมือนถูกทิ้งกลางทาง และอยากร้องไห้หลายครั้ง ยืนยันว่า คนภาคใต้ยังคิดถึง และ เคารพ พล.อ.ประวิตร อยู่ ถ้าเป็นแบบนี้ตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า “นายภัครธรณ์ เทียนไชย” รองหัวหน้าพรรค พปชร. จะเดินทางมารับฟังข้อเสนอ และ เป็นตัวแทนรับเรื่อง แต่ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใหญ่ของพรรครับเรื่องแต่อย่างใด ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า จะไม่กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว เพราะได้ลาออกไปแล้ว

ต้องยอมรับว่า ความเคลื่อนไหวของผู้สมัครพรรค พปชร.ครั้งนี้  น่าจะเกี่ยวข้องกับ เรื่องเงินสนับสนุน ที่จะใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง  ซึ่งหากไม่ได้รับการสนับสนุน  ย่อมมีผลกระทบ ยิ่งจะถึงช่วงโค้งสุดท้าย  คงต้องถือว่า สถานการณ์ของพรรคเข้าขั้นวิกฤติจริงๆ หรือจะไม่มีใครเข้ามาช่วยกู้วิกฤติ

ทีมข่าวการเมือง