สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน กล่าวเป็นครั้งแรกถึงสถานการณ์ประท้วงในประเทศ ซึ่งสงบลงมากหลังยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค. ปีที่แล้ว ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อยู่เบื้องหลัง “แผนสมคบคิด” เพื่อ “กลืนกิน” อิหร่าน และดึงประเทศแห่งนี้ให้ต้องกลับไปอยู่ใต้อำนาจทางการทหารและเศรษฐกิจของสหรัฐ
ขณะเดียวกัน เป็นครั้งแรกที่คาเมเนอีกล่าวว่า การประท้วงครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต “หลายพันราย” ซึ่งเป็นผลจาก “ผู้ที่มีความเชื่อมโยงกับอิสราเอลและสหรัฐ “ก่อความเสียหายอย่างมหาศาล และสังหารผู้คนในอิหร่านไปหลายพันราย”
'We consider US Prez GUILTY'
— RT (@RT_com) January 17, 2026
'Because of casualties, damages and SLANDER he leveled against the Iranian nation'
Supreme Leader Khamenei’s words met with CHANTS of approval https://t.co/Q0L7M1NAPi pic.twitter.com/h6AfBOwR7W
จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถยืนยันจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ประท้วงครั้งนี้ ขณะที่หน่วยงานสิทธิมนุษยชนหลายแห่งคาดการณ์จำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ระหว่าง 3,000-20,000 ราย และมีผู้ถูกจับกุมอีกราว 20,000 คน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ขอบคุณคณะผู้นำของอิหร่าน ซึ่งยกเลิกการแขวนคอประหารชีวิตผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล 800 คน หลังมีรายงานว่า จะเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ปฏิเสธรายงานของสื่อหลายแห่ง ที่ระบุว่า ผู้นำสหรัฐตัดสินใจระงับการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางทหาร หลังมีความพยายามวิ่งเต้นเจรจาอย่างหนักของกลุ่มประเทศอาหรับ นำโดยซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ และโอมาน โดยทรัมป์ยืนยันว่า การตัดสินใจของเขาเปลี่ยนไปเพราะการกระทำของอิหร่านเอง ซึ่งยกเลิกการประหารชีวิตผู้ประท้วง ไม่ใช่การโน้มน้าวจากฝ่ายใดทั้งสิ้น.
เครดิตภาพ : REUTERS



