เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและรองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ได้โพสต์ข้อความลงในเพจหมอเจอ ให้ความรู้เรื่องสุขภาพ โดยระบุว่า

 หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่า “เลือดหนืด” ไม่ได้แปลว่าเลือดข้นเฉย ๆ แต่มันคือภาวะที่เลือดไหลเวียนได้ไม่ดี ทำให้การส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองและอวัยวะต่าง ๆ ลดลงแบบเงียบ ๆ โดยเฉพาะตอนเช้า หรือช่วงที่ร่างกายขาดน้ำ ถ้าปล่อยไว้นาน เสี่ยงทั้งหลอดเลือดตีบ ลิ่มเลือด และสโตรกโดยไม่รู้ตัว ลองเช็ก 7 สัญญาณนี้ ถ้ามีหลายข้อ ต้องเริ่มระวังแล้วนะ

 มึนหัว หนักหัวตอนตื่นนอน

ตื่นมาแล้วรู้สึกมึน ๆ หนักศีรษะ หรือเหมือนสมองยังไม่ตื่นเต็มที่ อาจเป็นเพราะช่วงกลางคืนร่างกายขาดน้ำ ทำให้เลือดหนืดขึ้นชั่วคราว เลือดไปเลี้ยงสมองได้ไม่ดี โดยเฉพาะคนที่นอนดึก ดื่มน้ำน้อย หรือมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับหลอดเลือด อาการนี้ถ้าเป็นบ่อย ๆ ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการไหลเวียนที่ผิดปกติ

.

 มือเท้าเย็น ชาปลายมือปลายเท้า

เลือดที่หนืดจะไหลไปปลายมือปลายเท้าได้ยาก ทำให้รู้สึกเย็น ชา หรือเหมือนเลือดไปไม่ถึง โดยเฉพาะเวลานั่งนาน ๆ หรือหลังตื่นนอน อาการนี้สะท้อนถึงการไหลเวียนเลือดที่ไม่ดี และถ้าเกิดร่วมกับอาการอื่น เช่น เหน็บชา หรือปวดแปลบ อาจเกี่ยวข้องกับเส้นเลือดหรือเส้นประสาทที่เริ่มมีปัญหาแล้ว

.

 เหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มอิ่ม

บางคนไม่ได้ออกแรงมาก แต่รู้สึกเหนื่อยง่าย หรือหายใจไม่สุด เหมือนร่างกายขาดพลังงาน ทั้งที่พักผ่อนเพียงพอ อาจเป็นเพราะเลือดส่งออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ได้ไม่ดี ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อชดเชย อาการนี้ถ้าเป็นเรื้อรัง อาจกระทบทั้งสมอง กล้ามเนื้อ และหัวใจในระยะยาว

.

 เวียนหัว หน้ามืดเวลาเปลี่ยนท่า

ลุกเร็วแล้วหน้ามืด หรือเวียนหัวบ่อย ๆ อาจไม่ใช่แค่ความดันตกอย่างเดียว แต่เกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดที่ไม่ทัน โดยเฉพาะถ้าเลือดหนืด เลือดจะปรับตัวช้ากว่าปกติ ทำให้สมองขาดเลือดชั่วขณะ อาการนี้ถ้าเกิดบ่อย ควรระวัง เพราะเพิ่มความเสี่ยงการล้ม และอาจสะท้อนถึงระบบหลอดเลือดที่เริ่มมีปัญหา

.

 ปวดหัวตื้อ ๆ เป็นช่วง ๆ

อาการปวดหัวแบบไม่จี๊ด แต่ตื้อ ๆ หนัก ๆ โดยเฉพาะช่วงบ่ายหรือหลังทำงาน อาจเกิดจากเลือดไปเลี้ยงสมองไม่สม่ำเสมอ ทำให้สมองได้รับออกซิเจนไม่พอ อาการนี้มักถูกมองว่าเป็นแค่เครียดหรือพักผ่อนไม่พอ แต่ถ้าเป็นซ้ำ ๆ ควรเริ่มสังเกตพฤติกรรมและสุขภาพหลอดเลือด

.

 สายตาพร่า มองไม่ชัดเป็นพัก ๆ

เลือดไปเลี้ยงจอประสาทตาไม่ดี อาจทำให้มองภาพไม่ชัด เห็นภาพเบลอ หรือมีจุดดำลอยไปมา อาการนี้อาจเกิดขึ้นชั่วคราวแล้วหาย แต่จริง ๆ แล้วเป็นสัญญาณว่าการไหลเวียนเลือดมีปัญหา โดยเฉพาะในคนที่มีความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูง ยิ่งต้องระวังมากขึ้น

.

 ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

เมื่อเลือดหนืด หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดให้เลือดไหลเวียนได้เพียงพอ ทำให้บางคนรู้สึกใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือหัวใจเต้นเร็วโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน ถ้าเกิดบ่อย ๆ อาจเป็นภาระต่อหัวใจในระยะยาว และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจได้

.

 ไม่อยากเลือดหนืดจนสมองขาดเลือด แนะนำให้ทำตามนี้

• ดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละประมาณ 1.5–2 ลิตร เพื่อให้เลือดไม่ข้น

• เดินหรือขยับร่างกายทุกวัน อย่างน้อย 20–30 นาที กระตุ้นการไหลเวียน

• ลดน้ำตาล เครื่องดื่มหวาน และแป้งขัดขาว ที่ทำให้เลือดข้นขึ้น

• เพิ่มไขมันดีโอเมก้า-3 เช่น ปลา ถั่ว น้ำมันมะกอก ช่วยลดการอักเสบในหลอดเลือด

• เพิ่มอาหารป้องกันหลอดเลือดอักเสบ เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ แอสตร้าแซนธิน

• เลี่ยงการนั่งนาน ๆ ลุกเดินทุก 1–2 ชั่วโมง

• นอนให้พอ ลดความเครียด เพราะฮอร์โมนเครียดทำให้เลือดหนืดขึ้น

• ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ โดยเฉพาะคนที่มีความดัน เบาหวาน หรือไขมันสูง

เลือดหนืดไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันกระทบ “ทั้งระบบ” โดยเฉพาะสมองที่ต้องการออกซิเจนตลอดเวลา สัญญาณเล็ก ๆ อย่างมึนหัว มือเท้าเย็น หรือสายตาพร่า อาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหญ่ได้ การดื่มน้ำให้พอ ขยับร่างกายสม่ำเสมอ และควบคุมน้ำตาล ไขมัน ความดัน จะช่วยให้เลือดไหลดี ลดเสี่ยงสโตรกได้ตั้งแต่วันนี้ครับ ใครที่มีอาการแบบนี้ หรือมีค่าเลือดอักเสบสูงแล้วอยากปรึกษาพูดคุย พิมพ์ “11” มาได้นะครับ