สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 19 ม.ค. ว่าการรถไฟสเปน ( เอดีไอเอฟ ) ออกแถลงการณ์ว่า เกิดเหตุรถไฟความเร็วสูงขบวนหนึ่ง ซึ่งวิ่งมาจากเมืองมาลากา ทางตอนใต้ของประเทศ มุ่งหน้าสู่กรุงมาดริด ที่อยู่ทางตอนกลาง เกิดตกรางใกล้กับเมืองอาดามุซ และไถลข้ามไปยังอีกรางหนึ่ง จนพุ่งชนกับรถไฟความเร็วสูงอีกขบวนที่วิ่งสวนมา เป็นเหตุให้รถไฟขบวนที่สองตกรางเช่นกัน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น
เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 73 คน อย่างไรก็ตาม มีการคาดการณ์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากยังมีผู้ติดอยู่ภายในซากปรักหักพังของขบวนรถไฟ
หลังเกิดเหตุ เอดีไอเอฟประกาศระงับการให้บริการรถไฟความเร็วสูงระหว่างกรุงมาดริดกับเมืองในแคว้นอันดาลูเซียได้แก่ กอร์โดบา, เซบียา, มาลากา และอูเอลบา ตลอดทั้งวันจันทร์ที่ 19 ม.ค. เป็นอย่างน้อย ด้านหน่วยงานหลายแห่งร่วมกันจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกด้านข่าวสาร และดูแลญาติของผู้ประสบภัย ตามสถานีรถไฟหลายแห่งที่อยู่ใกล้เคียง
⚡️My thoughts are with everyone affected by the train incident in Spain. Incidents like this remind us how vital safety, transparency, and accountability are in public transport. Wishing strength and recovery to all impacted. https://t.co/8RKd2pVikU pic.twitter.com/fwwSp9cU2s
— The Global Monitor (@theglobal4u) January 18, 2026
ขณะที่สำนักพระราชวังสเปนออกแถลงการณ์ว่า สมเด็จพระราชาธิบดีเฟลิเปที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเลตีเซีย ทรงติดตามสถานการณ์ด้วยความกังวลพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง พร้อมทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และทรงอธิษฐานให้ผู้ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็ว
ด้านนายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ผู้นำสเปน แถลงแสดงความเสียใจ และกำชับหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้องร่วมกันให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสืบสวนสอบสวนเพื่อค้นหาสาเหตุ
ทั้งนี้ สเปนถือเป็นประเทศซึ่งมีโครงข่ายรถไฟความเร็วสูงขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยมีเส้นทางเฉพาะมากกว่า 3,000 กิโลเมตร เชื่อมต่อเมืองสำคัญทั่วประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



