หลายคนเลือกดื่มกาแฟ “ดีแคฟ” (Decaf หรือ Decaffeinated Coffee) เพราะไวต่อคาเฟอีน ใจสั่น หรือนอนไม่หลับ แต่ก็มักจะกังวลว่ากระบวนการสกัดคาเฟอีนออกนั้น จะพรากเอาสารอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ออกไปด้วยหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบจากนักโภชนาการระดับโลกมาบอกกัน..
กระบวนการสกัดคาเฟอีน: สารต้านอนุมูลอิสระหายไปไหน?
อนาร์ อัลลิดินา (Anar Allidina) นักโภชนาการชาวแคนาดา อธิบายว่า เมล็ดกาแฟดีแคฟจะถูกกำจัดคาเฟอีนออก “ก่อนการคั่ว” ซึ่งกระบวนการนี้สามารถดึงคาเฟอีนออกไปได้เกือบทั้งหมด (เหลือเพียงประมาณ 2-10 มิลลิกรัมต่อแก้ว เทียบกับกาแฟปกติที่มี 95-165 มิลลิกรัม)
สารประกอบสำคัญจากพืชที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีฟีนอล (Polyphenols), กรดคลอโรเจนิค (Chlorogenic acid) และกรดเฟอรูลิก (Ferulic acid) ส่วนใหญ่ “ไม่ถูกกำจัดออกไป” ในระหว่างกระบวนการสกัด ดังนั้นกาแฟดีแคฟจึงยังคงมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่เกือบเท่ากาแฟปกติ
ด้าน วิคกี้ โคเอนิก (Vicky Koenig) นักโภชนาการจากนิวยอร์ก ยืนยันว่า ประโยชน์ของกาแฟไม่ได้มาจากคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว แต่มาจากสารประกอบอื่นๆ กว่า 100 ชนิด การศึกษาพบว่าทั้งกาแฟปกติและดีแคฟให้ผลดีต่อร่างกาย ดังนี้
- ยืดอายุขัย: ลดอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ
- ป้องกันโรคเรื้อรัง: ลดความเสี่ยงเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคไตเรื้อรัง
- บำรุงตับและหัวใจ: ลดความเสี่ยงโรคตับ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
- ดีต่อลำไส้และสมอง: ปรับปรุงจุลินทรีย์ในลำไส้ ลดการอักเสบ และชะลอความเสื่อมของระบบประสาท
เราควรเลือกดื่มกาแฟแบบไหน?
กาแฟปกติ – เหมาะกับผู้ที่ต้องการความกระปรี้กระเปร่า เพิ่มสมาธิ แต่หากดื่มเกิน 6 แก้ว/วัน อาจใจสั่น นอนไม่หลับ ท้องเสีย หรือวิตกกังวล
กาแฟดีแคฟ – เหมาะกับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน สตรีมีครรภ์ ผู้เป็นไมเกรน หรือมีโรคหัวใจ/ความดัน แม้มีคาเฟอีนน้อยมาก แต่สำหรับคนที่ไวเป็นพิเศษ อาจยังรู้สึกใจสั่นเล็กน้อยได้
ทั้งนี้ นักโภชนาการย้ำเตือนว่า “สิ่งที่คุณเติมลงไป” สำคัญกว่าประเภทของกาแฟ
การเติม “น้ำตาล” หรือ “ครีมเทียม” ในปริมาณมาก จะทำลายคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของกาแฟลงทันที ไม่ว่าจะเป็นกาแฟปกติหรือดีแคฟก็ตาม หากต้องการสุขภาพที่ดีที่สุด แนะนำให้ดื่ม “กาแฟดำ” หรือเติมผลิตภัณฑ์นมเพียงเล็กน้อย
หากคุณรักรสชาติกาแฟแต่กังวลเรื่องคาเฟอีน “กาแฟดีแคฟ” คือทางเลือกที่ยอดเยี่ยม และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพไม่ต่างจากกาแฟปกติ สารต้านอนุมูลอิสระยังคงอยู่ครบถ้วน ช่วยชะลอวัยได้เช่นเดิม
ที่มาและภาพ : เรียบเรียงจาก Yuanqi.com / Prevention / UCLA Health



