วันที่ 23 เม.ย. จากกรณีที่ คณะกรรมการ CPALL มีมติไม่เห็นชอบการโอน 3 บริษัทย่อย (เคาน์เตอร์เซอร์วิส, ไทยสมาร์ทคาร์ด, CPAXT) ไปร่วมกลุ่มเวอร์ชวลแบงก์ ของเครือ CP ซึ่งสาเหตุของการนำ 3 บริษัทย่อยของ CPALL ไปอยู่กับ Virtual Bank เป็นคำแนะนำมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย นั้น
ล่าสุด นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาชี้แจง ระบุว่า การพิจารณาให้ใบอนุญาตธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาต Virtual Bank ทั้ง 3 ราย จะเป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567
ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวกำหนดให้ผู้ขอจัดตั้ง Virtual Bank รวมธุรกิจที่ถือใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ตนเองมีอำนาจควบคุมไว้ในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน โดยแยกออกจากธุรกิจนอกภาคการเงิน (Real Sector) เพื่อให้กำกับดูแลความเสี่ยงของธุรกิจทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
และป้องกันไม่ให้ Virtual Bank เอื้อประโยชน์ (Conflict of Interest) แก่ธุรกิจในเครือทั้งในและนอกภาคการเงินอย่างไม่เหมาะสม อาทิ การให้สินเชื่อเกินขอบเขตที่กำหนด การทำธุรกรรมที่กำหนดราคาหรือเงื่อนไขที่พิเศษกว่ากรณีปกติ เป็นต้น
ในการนี้ ผู้ขอจัดตั้ง Virtual Bank อาจดำเนินการได้หลายแนวทางเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของประกาศกระทรวงการคลัง เช่น
1.โอนเฉพาะธุรกิจทางการเงิน (ซึ่งไม่จำเป็นต้องโอนมาทั้งกิจการ) ให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจเดียวกันกับ Virtual Bank
2.ลดสัดส่วนการถือหุ้นในธุรกิจทางการเงินเพื่อไม่ให้มีอำนาจควบคุม
3.คืนใบอนุญาตประกอบธุรกิจทางการเงินที่ไม่มีนัยสำคัญ
4.ดำเนินการอื่นใดเพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของประกาศ
5.ยื่นขออนุญาตโดยไม่ปรับโครงสร้างธุรกิจพร้อมให้เหตุผลความจำเป็นประกอบการพิจารณา
ทั้งนี้ ผู้ขอจัดตั้ง Virtual Bank ทุกรายจะต้องยื่นเอกสารหลักฐานให้ ธปท. และ กระทรวงการคลัง เพื่อร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมในการให้ใบอนุญาต Virtual Bank ต่อไป



