เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มีกำหนดการเยือนประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 21-27 พ.ค. นี้ ว่า การเดินทางครั้งนี้ มุมหนึ่ง ตนเห็นถึงความสำคัญและความจำเป็น แม้การเดินทางคณะใหญ่จะใช้งบประมาณสูง เพราะฉะนั้น ตนอยากเห็นนายกฯ แสดงบทบาทวางยุทธศาสตร์ไทยในเวทีระหว่างประเทศที่ถูกต้อง ซึ่งตนคิดว่ายุทธศาสตร์สำคัญคือการทำให้ประเทศไทยเป็นหลักยึดให้อาเซียน และเป็นสะพานเชื่อมอาเซียนสู่กลุ่มประเทศในสหภาพยุโรป อีกทั้งมีหลายเรื่องที่ไทยจำเป็นต้องทำให้ได้มาตรฐานตามที่องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) กำหนด เช่น การทำให้ประเทศมีความโปร่งใสเรื่องการขจัดส่วย ตนจึงอยากให้นายกฯ ประกาศต่อเวทีโลก ว่าประเทศไทยเตรียมลดกฎระเบียบที่ไม่จำเป็น ใบอนุญาตที่ซ้ำซ้อน และผลักดันกฎหมายที่ทำให้เรามีความโปร่งใสมากขึ้น จะทำให้ประชาคม สังคมโลก เชื่อมั่นประเทศไทยมากขึ้นว่า การตัดสินใจใช้อำนาจรัฐของไทย เป็นไปด้วยความโปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นเงื่อนไขจำเป็นในการที่ไทยจะต้องเข้าสู่การเป็นสมาชิกโออีซีดี
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ในแง่การสร้างโอกาสทำให้ประเทศไทยได้ฐานสนับสนุนจากประเทศอื่นๆ และเป็นไปได้หรือไม่ที่นายกฯ จะใช้โอกาสนี้เชิญนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส มาเยือนประเทศไทย เพราะนายมาครงมีกำหนดการจะเยือนประเทศกัมพูชาในปลายปีนี้ เพื่อประชุมกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส ดังนั้น หากนายมาครง แวะมาประเทศไทยก่อนไปกัมพูชา ตนคิดว่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการพูดคุยเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา อีกทั้งจะมีอีกหลายเรื่อง เช่น การเชิญชวนนักลงทุนจากต่างประเทศมาลงทุนในประเทศไทย เช่น เรื่องการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน
หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวอีกว่า การเดินทางไปฝรั่งเศสของนายกฯ ครั้งนี้ ยังมีอีกหลายหัวข้อที่นายกฯ สามารถใช้เป็นประโยชน์ได้ อาทิ การเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ที่ในเวทีสุดยอดอาเซียนต้องการทำโครงการเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าข้ามพรมแดนระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อแบ่งปันการผลิตไฟฟ้า (Asean Power Grid) ซึ่งฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่ใช้ไฟฟ้าสัดส่วนที่มีคาร์บอนต่ำ ฝรั่งเศสก็อาจมีฐานพลังงานอื่นๆ อาทิ พลังงานนิวเคลียร์ ทั้งนี้การเปลี่ยนถ่ายโครงสร้างพลังงาน พรรคประชาชนมองว่ารัฐบาลไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่ต้องกู้เงินสักบาทเดียว เพราะสามารถใช้การลงทุนจากภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจได้



