สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่าคำแนะนำดังกล่าวเรียกร้องให้เด็กและวัยรุ่น “ใช้ชีวิตจริง” และออกไปข้างนอก รวมถึงให้ผู้ปกครองพูดคุยเกี่ยวกับขอบเขตเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยี และชะลอการใช้เวลาอยู่หน้าจอให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
รายงานเน้นย้ำว่า แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเป็นปัญหาสำคัญ แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแชตบอตปัญญาประดิษฐ์ และแพลตฟอร์มการพนันว่า เป็นส่วนหนึ่งของ “ระบบนิเวศดิจิทัล” ที่ผลักดันให้ระดับการใช้เวลาหน้าจอ เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง
US surgeon-general’s office issues a warning about screen time for young people https://t.co/hdqAaUUFwi
— The Straits Times (@straits_times) May 21, 2026
รายงานยังแนะนำให้โรงเรียนห้ามใช้โทรศัพท์ในระหว่างเรียน และให้แพทย์สอบถามเกี่ยวกับการใช้หน้าจอ ในระหว่างการตรวจสุขภาพประจำปี
การใช้เวลาอยู่หน้าจอเป็นเป้าหมายที่นายโรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ รมว.สาธารณสุขสหรัฐ กล่าวถึงบ่อยครั้ง ขณะที่เขาจะเปิดเผยรายงานในวันพุธ (20 พ.ค.) ที่รัฐไอโอวา ซึ่งมีกฎหมายที่บังคับใช้เมื่อปีที่แล้ว เพื่อจำกัดการใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียน
ก่อนหน้านี้ สมาคมกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกาได้ออกแนวทางที่คล้ายกัน โดยดร.วิเวก เมอร์ธี ซึ่งดำรงตำแหน่งแพทย์ใหญ่ในสมัยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เรียกร้องให้ติดป้ายเตือนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เนื่องจากอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตของวัยรุ่น
อย่างไรก็ดี แต่การใช้เวลาอยู่หน้าจอยังคงสูง โดยเยาวชนตั้งแต่อายุประมาณ 8 ขวบ ใช้เวลาเฉลี่ยวันละ 4 ชั่วโมง หรือมากกว่า
รายงานฉบับนี้เขียนโดยเจ้าหน้าที่ในสำนักงานแพทย์ใหญ่ และกระทรวงสาธารณสุขสหรัฐ รวมถึงน.ส.สเตฟานี สเปียร์ ที่ปรึกษาใกล้ชิดของเคนเนดี และดร.สเตฟานี ฮาริโดโปโลส ที่ปรึกษาอาวุโส และหัวหน้าเจ้าหน้าที่สำนักงานแพทย์ใหญ่.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



