สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ว่า แม้ยอดขายรถอีวี ในตลาดรถยนต์ขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป เติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ความคืบหน้ากลับไม่สม่ำเสมอ ซึ่งรัฐบาลเยอรมนีและภาคส่วนยานยนต์ของประเทศ ต่างกระตือรือร้นที่จะเร่งดำเนินการเปลี่ยนแปลง
อนึ่ง รัฐบาลเบอร์ลินชุดก่อนหน้า ยกเลิกโครงการเงินอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าในปี 2566 เนื่องจากวิกฤติงบประมาณ ทำให้ยอดขายรถอีวีลดลงอย่างมาก แม้สถานการณ์เริ่มฟื้นตัวเมื่อไม่นานมานี้ก็ตาม
Germany has reintroduced electric car subsidies as it seeks to accelerate the transition to less polluting vehicles, drawing praise from industry groups but criticism from environmentalists who demanded greater efforts. https://t.co/TRjdqPw1Zy
— RTÉ Business (@RTEbusiness) January 19, 2026
“โครงการใหม่จะช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมยานยนต์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครอบครัวที่ไม่สามารถซื้อรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมคันใหม่ได้” นายคาร์สเตน ชไนเดอร์ รมว.สิ่งแวดล้อมเยอรมนี กล่าว
ชไนเดอร์ประกาศเพิ่มเติมว่า ครัวเรือนส่วนตัวที่มีรายได้ต้องเสียภาษีไม่เกิน 80,000 ยูโร (ราว 2.9 ล้านบาท) จะมีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน โดยผู้ซื้อรถยนต์สามารถขอรับเงินได้ตั้งแต่เดือน พ.ค. นี้ และสามารถใช้กับรถอีวีที่จดทะเบียนในปีนี้เป็นต้นไป
ทั้งนี้ สหภาพแรงงานและกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของเยอรมนี แสดงความยินดีกับโครงการดังกล่าวว่าเป็น “ก้าวสำคัญในทิศทางที่ถูกต้อง” อย่างไรก็ตาม กลุ่มสิ่งแวดล้อมกลับแสดงความไม่พอใจ โดยระบุว่า เงินอุดหนุนสำหรับรถยนต์ไฮบริดแบบปลั๊กอิน “แทบไม่มีประโยชน์ด้านสภาพอากาศเลย” เมื่อเทียบกับรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์สันดาป.
เครดิตภาพ : AFP



