เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าภารกิจกู้ซากเครนมรณะจากเหตุเครนก่อสร้างร่วงหล่นทับขบวนรถไฟ มีผู้เสียชีวิต 30 ราย ในพื้นที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ว่า ขณะนี้คนงานของบริษัทอิตาเลียนไทย ผู้รับเหมา ได้ระดมรถเครนเคลื่อนที่แบบแขนตรงกว่า 10 คัน เข้าปฏิบัติการเก็บกู้ซากเครนชุดใหญ่น้ำหนัก 30 ตัน ทั้งตัวโครงสร้างหลักเมนทัช (สีส้ม) ความยาว 30 เมตร และตัวโครงสร้างฐานเครนโรลิ่ง (สีน้ำเงิน) ที่ประกอบอยู่กับเสาตอม่อและโครงสร้างฐานรางรถไฟความเร็วสูง ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดิน 18 เมตร
โดยคนงานผู้รับเหมาเร่งทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน เพื่อรื้อถอนซากเครนยักษ์ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่การรถไฟเข้าทำการซ่อมแซมรางรถไฟด้านล่างที่ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุ เพื่อเป้าหมายเปิดเส้นทางเดินรถได้ตามปกติโดยเร็ว ซึ่งการปฏิบัติงานรื้อถอนซากเครนขนาดใหญ่เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องทำงานบนที่สูง ใช้ความรอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของคนงาน ซึ่งต้องทำงานพร้อมกัน 2 ทีม ทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เพื่อให้สามารถตัดโครงเหล็กในแนวคู่ขนานได้อย่างปลอดภัย

ล่าสุดได้ทำการยกฐานเครนโรลิ่ง (สีน้ำเงิน) ลงสู่พื้นล่างเสร็จสิ้นแล้ว จากนั้นได้ทำการตัดชิ้นส่วนเมนทัช (สีส้ม) จุดที่หักงอเสียหาย และแยกชิ้นส่วนที่ยึดติดกับเสาตอม่อออกจากโครงสร้างหลัก ก่อนใช้รถเครนแขนตรง 10 คัน ยกโครงสร้างเมนทัชลงสู่พื้นด้านล่าง ซึ่งดำเนินการเสร็จแล้ว 1 ข้าง เหลืออีก 1 ข้าง ที่กำลังเร่งปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำโครงสร้างและชิ้นส่วนเครนสีส้มลงมาทั้งหมด คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้ และจะเริ่มขั้นตอนการซ่อมแซมเปลี่ยนรางรถไฟที่พังเสียหายได้ทันที เพื่อเริ่มเปิดเส้นทางรถไฟได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ขณะเดียวกัน ในส่วนของคดีความ พนักงานสอบสวนได้มีการนัดหมายเจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ที่โดยสารมากับขบวนรถไฟดังกล่าว เข้าพบเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น พนักงานขับรถไฟ ฝ่ายช่าง และเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ เพื่อสอบถามถึงขั้นตอนการควบคุมขบวนรถ การเบรก การห้ามล้อ และการปฏิบัติการในช่วงเกิดเหตุอย่างละเอียด
รายงานระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สอบปากคำพยานบุคคลไปแล้ว ประมาณ 100 ปาก และมีการรวบรวมสำนวนไว้ 2 แฟ้มใหญ่ เพื่อประกอบการพิจารณาสาเหตุและดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย.





