นายประสิทธิ์ ดีจงเจริญ นายด่านศุลกากรช่องจอม เปิดเผยว่า แม้เหตุปะทะระหว่างไทยและกัมพูชาจะสงบลงตั้งแต่ช่วงก่อนขึ้นปีใหม่ 2569 แล้วนั้น แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญและเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร น.ส.สุนทรียา ทวิชาประสิทธิ์ รองอธิบดีฯ น.ส.ลลิตา อรรถพิมล ผอ.ศุลกากรภาค 2 ได้เน้นย้ำให้ด่านศุลกากรที่มีพื้นที่รับผิดชอบติดพรมแดนกัมพูชาต้องเข้มงวดกวดขันเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความเดือดร้อนของประชาชน
นายประสิทธิ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อห่วงใยทั้งของรัฐบาล และกรมศุลกากร ทำให้ตนได้เร่งบูรณาระหว่าง ด่านศุลกากรช่องจอม และ ด่านศุลกากรช่องสะงำ ซึ่งมีพื้นที่รับผิดชอบรวม 4 จังหวัด คือ จ.ศรีสะเกษ (ช่องสะงำ) จ.สุรินทร์ (ช่องจอม) จ.บุรีรัมย์ (ช่องสายตะกู) และ จ.นครราชสีมา เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารข่าวกรองด้านต่างๆอย่างใกล้ชิดในทุกมิติ เพื่อให้สามารถป้องปรามสินค้าต่างๆที่อาจจะมีความพยายามนำไปใช้เพื่อการหลอกลวงจากฐานที่มั่นของประเทศกัมพูชาไม่ให้สามารถเล็ดลอดออกไปได้ ขอให้ความมั่นใจว่า 3 พรมแดนฯ ใน 4 จังหวัดอีสานใต้ ภายใต้การกำกับของ 2 ด่านศุลกากรฯ จะเข้มงวดกวดขันเพื่อต่อต้าน ภัยร้ายชายแดนทุกรูปแบบ อันเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องสังคม และพี่น้องประชาชน



