จากกรณีมีผู้เสียหาย 2 ราย เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน หลังถูกหญิงสาวอ้างเป็นทีมงานของมูลนิธิชื่อดัง หลอกให้โอนเงินทำบุญและมีพฤติกรรมเผยแพร่คลิปลับช่วยตัวเองในชุดข้าราชการทหาร จนถูกลงโทษทางวินัย โดย “ต้นอ้อ” ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ระบุว่าหญิงสาวดังกล่าวทำงานเบื้องหลังให้มูลนิธิรับร้องทุกข์ชื่อดัง และมีพฤติกรรมข่มขู่พยาน อ้างชื่อ “นายแม่” และ “สามี” เพื่อสร้างความหวาดกลัว ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ม.ค. ที่สำนักงานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นางชฎาภรณ์ พงศ์ทองเมือง หรือ “นายแม่ปุ๊กกี้” ที่ปรึกษามูลนิธิฯ พร้อม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิฯ ร่วมกันเปิดเผยกับสื่อมวลชน โดยนางชฎาภรณ์ เปิดใจชี้แจงว่า เรื่องที่ตกเป็นข่าวก่อนหน้านี้นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่ใช่เรื่องจริง ประเด็นแรกเรื่องการบริจาคเงินที่ทางฝ่ายคู่กรณีเคยเห็นตนทำบุญประจำ เลยแจ้งความประสงค์ตั้งใจจะร่วมทำบุญกับตนเองด้วย หลังจากโอนเงินมาให้แล้วก็พบว่า ไปตั้งกลุ่มใส่ร้าย โดยไม่มีมูลความจริง ไปพูดในกลุ่มทำให้ตนเสียหาย ตนจึงตัดสินใจโอนเงินคืนให้เพื่อตัดปัญหา เมื่อปลายปีที่แล้ว

ส่วนกรณีที่สองเรื่องของทหารยศสิบตรี ที่ไปให้ข่าวว่ามีความสัมพันธ์กับตนนั้น ตนรู้จักกับเขาจริงเมื่อ 5 ปีก่อน ไม่เคยสนิท ทุกครั้งที่เจอกันก็จะมีคนอยู่ด้วยหลายคนเพราะไปกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเรื่องที่ไปให้ใส่ร้ายสร้างความเสียหายหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรีของความเป็นผู้หญิง สาเหตุมาจากก่อนหน้านี้ ได้มีผู้เสียหาย ซึ่งเป็นภรรยาของทหารยศสิบตรีรายนี้มาร้องเรียนที่มูลนิธิ ในคดีฉ้อโกง ปลอมเอกสาร และบัญชีม้า

ต่อมาพบว่ามีคลิปลับอนาจารขณะกำลังช่วยตัวเอง ในชุดข้าราชการเต็มยศ ทำให้เขาคิดว่าตนเองเป็นคนปล่อยคลิปดังกล่าว เลยโกรธแค้นและออกมาให้ข่าวใส่ร้ายตนเอง ซึ่งอดีตภรรยาแจ้งว่าทุกคนที่เคยเลิกกันไป หลายๆ คนก็โดนบิดเบือนใส่ร้ายแบบนี้เช่นกัน หรือใครที่ขัดผลประโยชน์ก็จะใส่ร้ายแบบนี้

เรื่องนี้ทางครอบครัวก็เข้าใจทุกอย่าง แต่ทำให้ตนเองเสียหาย ตนจึงได้ให้ทนายความทำเรื่องฟ้องศาลโดยตรงที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในหาหมิ่นประมาททำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ ออกสู่สาธารณะ ยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และทวงถามไปยังต้นสังกัดด้วยว่า ทหารยศนายสิบอ้างว่าต้นสังกัดอนุญาตให้กระทำการทุกอย่างได้เต็มที่ โดยมีต้นสังกัดรับรู้ เรื่องนี้น่าตกใจ ถ้าการกล่าวหาบุคคลอื่นให้เสียหายโดยไม่มีหลักฐานใดๆ แม้แต่นิดเดียว แล้วมีการแจ้งความเท็จในทุกๆ เรื่อง สังคมต้องมองแยกแยะว่า การออกสื่อบางครั้งเพียงแค่ความสะใจ แต่ผลลัพธ์คือ คดีอาญาที่มีโทษสูง

ขณะที่นายรณณรงค์ กล่าวว่า แนวการทำงานของมูลนิธิทวงคืนความยุติธรรมในสังคม เราจะทำงานอย่างโปร่งใสไม่เล่นใต้ดินโจมตีใคร เราไม่มีความจำเป็นต้องไปใช้เพจที่ไม่มีตัวตนหรืออวตารโจมตีใครทั้งสิ้น เราทำทุกครั้ง เราตั้งโต๊ะแถลงไม่ใช่อีแอบ ตนถามนายแม่ปุ๊กกี้แล้ว เขาก็บอกว่าเขาไม่รู้เรื่องและเป็นการใส่ร้ายเขา ถ้าใครมีคลิปหรือมีหลักฐานอะไรก็แสดงออกมา อย่ามาพาดพิงกล่าวหากันแบบนี้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีครอบครัว อยากให้ยืนอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงจะดีกว่า.