สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองนารา ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 21 ม.ค. ว่า นายชินอิจิ ทานากะ ผู้พิพากษา เป็นผู้ตัดสินคดีที่ศาลในเมืองนารา โดยในเช้าวันพุธ (21 ม.ค.) มีผู้คนจำนวนมากต่อแถวรอรับบัตรเข้าห้องพิจารณาคดี ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสนใจอย่างมากของประชาชนต่อการพิจารณาคดีนี้
นายเท็ตสึยะ ยามากามิ วัย 45 ปี เผชิญกับคำฟ้องหลายข้อหา รวมถึงการฆาตกรรมและละเมิดกฎหมายควบคุมอาวุธปืน จากการใช้ปืนทำมือสังหารอดีตผู้นำญี่ปุ่น ระหว่างการปราศรัยหาเสียง เมื่อเดือน ก.ค. 2565 ต่อมาในเดือน ต.ค. 2568 ยามากามิยอมรับสารภาพในข้อหาฆาตกรรม แต่ยังคงยืนกรานปฏิเสธข้อหาอื่น
The man who fatally shot former Japanese Prime Minister Abe Shinzo in 2022 has been sentenced to life in prison.
— NHK WORLD News (@NHKWORLD_News) January 21, 2026
For more: https://t.co/Q0Tfl9c3v8
ทั้งนี้ อัยการเรียกร้องให้ศาลลงโทษจำคุกตลอดชีวิตแก่ยามากามิ และระบุถึงการฆาตกรรมครั้งนี้ว่า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์หลังสงคราม และอ้างถึงผลกระทบที่ร้ายแรงอย่างยิ่งที่มีต่อสังคมของญี่ปุ่น
ขณะเดียวกัน อัยการกล่าวว่า แรงจูงใจของจำเลยในการฆ่าอาเบะ มีรากฐานมาจากความปรารถนาที่จะทำลายชื่อเสียงของ “โบสถ์แห่งความสามัคคี” และการพิจารณาคดีที่กินเวลานานหลายเดือน บ่งชี้ว่า การบริจาคเงินอย่างไม่ลืมหูลืมตาของมารดาของยามากามิ ทำให้ครอบครัวของเขาล้มละลาย และจำเลยเชื่อว่า อาเบะคือผู้ช่วยให้ลัทธินี้เจริญรุ่งเรือง
ยามากามิเชื่อว่า การสังหารบุคคลที่มีอิทธิพลอย่างอาเบะ จะสามารถดึงดูดความสนใจของสาธารณชนมาที่โบสถ์แห่งนี้ และกระตุ้นให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์จากสาธารณชนได้ ขณะที่การสืบสวนได้นำไปสู่การเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างโบสถ์ และสมาชิกสภานิติบัญญัติฝ่ายอนุรักษนิยมหลายคน ในพรรคเสรีประชาธิปไตย (แอลดีพี) จนรัฐมนตรี 4 คน ต้องประกาศลาออก
ในปี 2563 ยามากามิเริ่มประดิษฐ์อาวุธปืนด้วยมือ ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบยิงอย่างพิถีพิถัน ในพื้นที่ภูเขาห่างไกล ซึ่งอัยการกล่าวว่า ความพยายามของเขาชี้ให้เห็นถึงลักษณะของการก่อเหตุ ที่วางแผนไว้ล่วงหน้า.
เครดิตภาพ : AFP



