สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่าในการพิจารณาคดีแยกกัน พล.อ.มูฮัมหมัด ฮาฟิซุดเดอิน จันตัน อายุ 58 ปี และนางซัลวานี อานูอาร์ ภรรยา อายุ 26 ปี ถูกตั้งข้อหาคนละ 4 กระทง ภายใต้พระราชบัญญัติป้องกันการฟอกเงิน ป้องกันการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย และการได้มาซึ่งผลประโยชน์จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย

ตามเอกสารของศาล พล.อ.มูฮัมหมัดได้รับผลประโยชน์จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย เป็นจำนวนเงินประมาณ 2.1 ล้านริงกิต (ราว 16.2 ล้านบาท) ขณะที่ซัลวานี ภรรยาคนที่ 3 ของพล.อ.มูฮัมหมัด ได้รับผลประโยชน์จากกิจกรรมที่ผิดกฎหมายมูลค่า 77,000 ริงกิต (ราว 594,573 บาท)

หากศาลตัดสินว่ามีความผิด จำเลยอาจต้องโทษจำคุกสูงสุด 15 ปี และปรับอย่างน้อย 5 เท่าของมูลค่าผลประโยชน์ที่ได้มาโดยมิชอบ หรือ 5 ล้านริงกิต (ราว 38.6 ล้านบาท) แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า

พล.อ.มูฮัมหมัดได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการทหารบกเมื่อเดือน ก.ย. 2566 และมีกำหนดจะขึ้นเป็นผู้บัญชาการกองกำลังติดอาวุธ ซึ่งเป็นตำแหน่งทางทหารระดับสูงสุด ก่อนการเลื่อนขั้นถูกระงับ เมื่อปลายเดือน ธ.ค. 2568 ท่ามกลางการสอบสวนคดีทุจริต

พล.อ.มูฮัมหมัดได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 250,000 ริงกิต (ราว 1.9 ล้านบาท) ขณะที่ซัลวานีได้รับการประกันตัวด้วยวงเงิน 30,000 ริงกิต (ราว 231,879 บาท) รวมถึงได้รับคำสั่งให้ส่งมอบหนังสือเดินทางต่อศาล และต้องไปรายงานตัวต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งมาเลเซีย (เอ็มเอซีซี) เดือนละครั้ง

เอ็มเอซีซีระบุอีกว่า พล.อ.มูฮัมหมัดจะถูกตั้งอีก 2 ข้อหาเพิ่มเติม ภายใต้กฎหมายเดียวกันที่ศาลพิเศษคดีทุจริตชาห์อาลัม ในรัฐเซลังงอร์ ในวันศุกร์ (23 ม.ค.) ขณะที่ซัลวานีจะถูกตั้งข้อหา 1 กระทง ที่ศาลแขวงเจอร์ติห์ ที่รัฐตรังกานูในวันที่ 26 ม.ค. นี้.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES