สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงกาโบโรเน ประเทศบอตสวานา เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ว่าประเทศในแอฟริกาตอนใต้แห่งนี้ ซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดแคลนเงินสด และเป็นผู้ผลิตเพชรรายใหญ่เป็นอันดับสองของโลก รองจากรัสเซีย พึ่งพาอุตสาหกรรมเพชรประมาณ 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)
กระทรวงการคลังบอตสวานา ระบุในเอกสารยุทธศาสตร์งบประมาณปี 2569/70 ว่า ณ สิ้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา บอตสวานามีเพชรอยู่ 12 ล้านกะรัต ซึ่งสูงกว่าระดับสูงสุดที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 6.5 ล้านกะรัตมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ในระยะสั้น การผลิตจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจนกว่าระดับสินค้าคงคลังจะลดลง ใกล้เคียงกับระดับขั้นต่ำที่อนุญาต เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับการผลิตเพิ่มเติม
ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำนี้รุนแรงขึ้นจากการซื้อที่ลดลง ในสหรัฐและจีน ซึ่งเป็นตลาดเพชรขนาดใหญ่ที่สุดในโลก โดยผู้ค้าปลีกได้ลดคำสั่งซื้อลง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปสู่เพชรสังเคราะห์ที่มีราคาถูกกว่า
Botswana is sitting on nearly double its permitted diamond stockpile as weak prices and rising competition from lab‑grown stones curb demand, the government said, warning the glut will weigh on economic growth. https://t.co/2PjM1PU1ry
— Business Report (@busrep) January 22, 2026
กระทรวงการคลังบอตสวานาระบุว่า ภาษีนำเข้า 15% ของสหรัฐ และภาษีที่สูงขึ้นสำหรับตลาดสำคัญอื่น ๆ เช่น อินเดีย อาจทำให้ราคาสินค้าอ่อนตัวลง และบีบกำไรให้ลดลงไปอีก มีการคาดการณ์ว่า เพชรดิบจะมีราคา 99.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต (ราว 3,117 บาท) ลดลงจาก 128.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อกะรัต (ราว 4,043 บาท) ในปี 2567
หากราคาสินค้าลดลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว ในช่วงเดือนที่เหลือของปีงบประมาณนี้ อาจทำให้รายได้จากแร่ธาตุลดลงเหลือ 10,300 ล้านปูลา (ราว 24,173 ล้านบาท) ในปี 2568/69 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 25,300 ล้านปูลา (ราว 59,377 ล้านบาท) มาก.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



