เมื่อวันที่ 23 ม.ค. เวลา 10.00 น. นายชวน หลีกภัย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.ศิริภา อินทรวิเชียร ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 6 เบอร์ 5 พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เดินพบปะประชาชนและปราศรัยขอคะแนนเสียงภายในซอยประชาสงเคราะห์ 16 และซอยประชาสงเคราะห์ 6 เขตดินแดง กรุงเทพฯ

โดยนายชวน กล่าวปราศรัยว่าในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว การเลือกตั้งใน จ.นครศรีธรรมราช คนที่ได้คะแนนน้อยสุด คือ นายราชิต สุดพุ่ม อดีตผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ตนบอกผ่านพรรคพวกไปว่า อย่าใช้เงินเลย เพราะคนนครศรีธรรมราชไม่รับเงิน ถ้าได้เป็น สส. ไม่น่าภูมิใจเพราะเงินซื้อ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างผลกระทบต่อการเมืองให้บ้านเมืองเสื่อมทรุดเพราะการทุจริต บ้านเมืองไปไหนไม่รอด

นายชวน กล่าวอีกว่า สมัยที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มีคนดีๆ ลาออกจากสมาชิกพรรคทั้งหมด ทั้งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายสาธิต ปิตุเตชะ รวมถึงคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ยกเว้นตน เพราะหากตนออกไปด้วย พรรคประชาธิปัตย์จะหมดอนาคต เพราะเขาตั้งใจทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเล็ก และหัวหน้าพรรคจะได้เป็นรัฐมนตรีทุกสมัยไปร่วมรัฐบาลกับโจร หากโจรตั้งรัฐบาล ไปร่วมรัฐบาลกับพระ หากพระตั้งรัฐบาลคือ ไปได้หมด ไม่มีหลัก โดยเป็นอะไรก็ได้ ขอให้ผู้บริหารพรรคได้เป็น เนื่องจากเขาไม่ต้องการพรรคใหญ่โต อันนี้น่ากลัว ในที่สุดคนที่เป็นสมาชิกพรรคที่ทนไม่ได้ทยอยลาออก และในที่สุด นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ก็ลาออกจากหัวหน้าพรรคฯ ซึ่งบันดาลให้เกิดเหตุการณ์คนที่ลาออกจากพรรคฯ ไปก่อนนี้ ได้กลับมาอีกครั้ง

“ผมคัดค้านแล้วว่าอย่าไปร่วมกับพรรคเพื่อไทย เพราะนายทักษิณ ชินวัตร เคยเลือกปฏิบัติกับคนภาคใต้ เขาไม่มาพัฒนาภาคใต้ เลือกพัฒนาจังหวัดที่เลือกเขา สุดท้ายพรรคเพื่อไทยได้หมดทั้งประเทศภาคเหนือ อีสาน ยกเว้นภาคใต้ที่ไม่ได้แม้แต่คนเดียว ดังนั้นเราไม่สามารถทรยศกับชาวบ้าน เพราะรณรงค์ไม่ให้เลือก แต่พอเขาเป็นนายกฯ กลับยกมือให้ เท่ากับทรยศหักหลังประชาชน” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวอีกว่า จากการฟื้นตัวรอบนี้ มีความหวังที่จะได้ สส.เป็นความตั้งใจของนายอภิสิทธิ์ แต่สำหรับผม อยากให้พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าต่อ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ ไม่ใช่พรรคสำรองหรือพรรคประกอบที่ผู้บริหารพรรคฯ ชุดเก่าต้องการทำให้เป็น ซึ่งตนถือว่าผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้พรรคประชาธิปัตย์จะได้ สส.กี่คนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่สำคัญ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคอะไหล่หรือพรรคสำรอง ไม่ใช่พรรคที่จะเป็นรัฐบาลร่วมกับใครก็ได้

“เที่ยวนี้ผมคิดว่าสิ่งสำคัญอันดับแรก คือทำอย่างไรให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.หลายคน ผมเชื่อว่าบัญชีรายชื่อ ดีขึ้นแน่ ครั้งก่อนได้ 3 คน เที่ยวนี้คงไม่ใช่ 4 คนแน่นอน คาดว่าจะเพิ่มกว่าเดิมอีกหลายเท่า ส่วนจะกี่เท่าขึ้นอยู่กับประชาชน ที่จะบอกกับญาติที่บ้าน ใครรับผิดชอบจังหวัดไหนขอให้ช่วยกัน” นายชวน กล่าว

จากนั้น นายชวน และน.ส.ศิริภาได้ขึ้นรถแห่ไปตามถนนประชาสงเคราะห์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตดินแดง และเดินเท้าต่อ เพื่อขอคะแนนจากประชาชนที่พักอาศัยแฟลตดินแดง นอกจากนี้ นายชวนยังมีกำหนดไปลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสานด้วยในวันนี้ (23 ม.ค.)