สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ว่า รัฐบาลแคนเบอร์รา จะเสริมอำนาจการรวบรวมข้อมูลของคณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลอินเทอร์เน็ตของออสเตรเลีย เพื่อบังคับให้บริษัทสื่อสังคมออนไลน์แสดงหลักฐานเกี่ยวกับการดำเนินการป้องกันไม่ให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี ได้รับบัญชีใช้งาน

ภายใต้การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว บทลงโทษสูงสุดสำหรับการไม่ปฏิบัติการกฎหมายห้ามอย่างเป็นระบบ เพิ่มขึ้นจาก 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 1,140 ล้านบาท) เป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (ราว 2,280 ล้านบาท)

นอกจากนี้ รัฐบาลออสเตรเลียยังเน้นย้ำว่า คณะกรรมการความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต อยู่ระหว่างการตรวจสอบแพลตฟอร์ม 5 แพลตฟอร์มที่มีแนวโน้มไม่ปฏิบัติตามกฎหมายห้าม ได้แก่ อินสตราแกรม เฟซบุ๊ก ยูทูบ สแนปแชต และติ๊กต็อก

อนึ่ง มาตรการแบนของออสเตรเลีย ซึ่งดำเนินมา 6 เดือนแล้ว ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยหลายประเทศที่พยายามดำเนินการตามแบบอย่าง เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ต่อสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตของเยาวชน

“ผมรู้สึกยินดีกับการเปลี่ยนแปลงในการสนทนาและแรงผลักดันระดับโลกที่เราได้เห็น นับตั้งแต่มีการบังคับใช้กฎหมายกำหนดอายุขั้นต่ำในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ แต่เห็นได้ชัดว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ไม่ดำเนินการมากพอเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากยังมีเด็กจำนวนมากที่ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์” นายกรัฐมนตรีแอนโธนี อัลบาเนซี ผู้นำออสเตรเลีย กล่าวในแถลงการณ์

แม้แถลงการณ์ระบุว่า นับตั้งแต่ออสเตรเลียบังคับใช้กฎหมายห้าม บัญชีผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี จำนวนมากกว่า 5 ล้านบัญชี ถูกปิดหรือจำกัดการใช้งาน แต่งานศึกษาชิ้นหนึ่งที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่าเยาวชนชาวออสเตรเลียจำนวนมาก ยังคงใช้สื่อสังคมออนไลน์.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS