เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล หรือ “ทนายแก้ว” เดินทางไปที่สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่ง กรรมการอำนวยการ สำนักอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อ ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ โดยมีผลบังคับใช้ทันทีหลังยื่นหนังสือลาออก
โดยเนื้อหาในหนังสือลาออกระบุว่า ตามคำสั่งสภาทนายความที่ 263/2568 เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชา ว่าความแห่งสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้มีการแต่งตั้งให้ข้าพเจ้า ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล มีตำแหน่งเป็นกรรมการอำนวยการ สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังรายละเอียดที่ทราบแล้วนั้น ข้าพเจ้าขอยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งดังกล่าว โดยขอให้มีผล ณ วันนี้เป็นต้นไป

โดยทนายแก้ว เปิดเผยถึงสาเหตุการยื่นหนังสือลาออกในครั้งนี้ว่า ตนต้องการแสดงสปิริตของตัวเอง และไม่อยากให้องค์กรได้รับความเสียหาย
ต่อมา ดร.ธนพล นายกสภาทนายความฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ท่ามกลางความสนใจของสังคมต่อกรณีที่เกี่ยวข้องกับทนายแก้ว สิ่งสำคัญที่สุดมิใช่เพียงการตอบคำถามเฉพาะหน้า หากแต่คือการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม ความเป็นธรรม และความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม และเพื่อให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปอย่างเป็นอิสระและปราศจากข้อกังขา ทนายแก้ว หรือ ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การตัดสินใจดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบในส่วนของบุคคล มิใช่การยุติหรือชี้ขาดข้อเท็จจริงใดๆ แต่อย่างใด
ในส่วนของสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ยังคงยึดมั่นในหลักการสำคัญว่า ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรม และไม่มีผู้ใดควรถูกตัดสินก่อนที่ข้อเท็จจริงจะปรากฏครบถ้วน ทุกประเด็นที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ภายใต้การพิจารณาตามขั้นตอนและระเบียบที่กำหนดไว้ โดยจะดำเนินการอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และไม่เลือกปฏิบัติ

บทบาทของนายกสภาทนายความในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่การชี้นำผลหรือแสดงความเห็นแทนกระบวนการ แต่คือการทำหน้าที่รักษามาตรฐานขององค์กร คุ้มครองความศรัทธาของประชาชนต่อวิชาชีพทนายความ และประคับประคองให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าไปอย่างมั่นคง
สภาทนายความขอเรียนย้ำว่า ความน่าเชื่อถือของวิชาชีพ ไม่ได้เกิดจากการปกป้องกันเอง แต่เกิดจากความกล้าที่จะยืนอยู่บนกติกาเดียวกัน และยอมให้กระบวนการทำหน้าที่ของมันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อการตรวจสอบได้ดำเนินการแล้วเสร็จ และข้อเท็จจริงปรากฏครบถ้วน สภาทนายความจะได้แถลงแนวทางการดำเนินการให้พี่น้องประชาชนและทนายความทั่วประเทศได้รับทราบต่อไป



