สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ว่ารัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หันมาให้ความสำคัญมากขึ้นกับประเด็น “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร” หลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสิน ไม่รับคำร้องของรัฐบาลที่ต้องการจำกัดสิทธิพลเมืองโดยกำเนิด


ทรัมป์ใช้ถ้อยคำเสียดสีผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และจีนได้รับ “ชัยชนะครั้งใหญ่” จากคำตัดสินดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐจะดำเนินมาตรการตรวจสอบกรณีชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศเพื่อให้บุตรได้รับสัญชาติอเมริกัน


หลังจากนั้น กระทรวงยุติธรรมสหรัฐสั่งให้อัยการรัฐบาลกลาง ให้ความสำคัญกับการสอบสวนขบวนการ “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร” ขณะที่นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ กล่าวว่า สมาชิกกำลังพิจารณาบัญญัติกฎหมาย เกี่ยวกับผู้หญิงต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเพื่อคลอดบุตร


อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลทางการที่ระบุจำนวนผู้เดินทางเข้าสหรัฐเพื่อคลอดบุตรโดยตรง และสถิติที่มีอยู่ชี้ว่า การเกิดของทารกจากมารดาที่อาศัยอยู่ในจีนคิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนการเกิดทั้งหมดในสหรัฐ


ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร ในวันแรกของการกลับเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง โดยพยายามปฏิเสธการออกเอกสารรับรองสัญชาติแก่เด็กที่เกิดในสหรัฐ หากบิดามารดาเป็นผู้ไม่มีเอกสาร หรืออยู่ในประเทศด้วยวีซ่าชั่วคราว แต่ศาลฎีกามีคำพิพากษา ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าเด็กกลุ่มดังกล่าวยังมีสิทธิเป็นพลเมืองสหรัฐ ตามรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 14


ด้านกระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า ขบวนการจัดการเดินทางเพื่อคลอดบุตรเข้าข่ายการฉ้อโกงระบบตรวจคนเข้าเมือง และประกาศเดินหน้าดำเนินคดีกับผู้ที่แสวงหาประโยชน์จากระบบดังกล่าว


ข้อมูลจากศูนย์สถิติสุขภาพแห่งชาติสหรัฐระบุว่า ในปี 2566 มีทารกเกิดจากมารดาที่เกิดในจีน 27,476 คน จากจำนวนทารกทั้งหมดราว 3.7 ล้านคน โดยมีเพียง 113 ราย ซึ่งเป็นบุตรของผู้ไม่มีถิ่นพำนักในสหรัฐจากจีน


อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายด้านสิทธิผู้อพยพตั้งคำถามต่อการใช้คำว่า “การท่องเที่ยวเพื่อคลอดบุตร” โดยเห็นว่าไม่ใช่ศัพท์ทางกฎหมาย และอาจนำไปสู่การเหมารวมต่อชาวจีนและชาวอเมริกันเชื้อสายจีน


ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระบุว่า การเดินทางเข้าสหรัฐและให้กำเนิดบุตรไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา แต่รัฐบาลมักใช้ข้อกล่าวหาเรื่องการให้ข้อมูลเท็จในการขอวีซ่า หรือการหลอกลวงด้านวัตถุประสงค์การเดินทางเป็นพื้นฐานดำเนินคดี


ทั้งนี้ หลักสิทธิพลเมืองโดยกำเนิดของสหรัฐมีรากฐานจากคดี United States v. Wong Kim Ark เมื่อปี 2441 ซึ่งศาลฎีกายืนยันว่า บุคคลที่เกิดบนแผ่นดินสหรัฐโดยทั่วไปมีสิทธิได้รับสัญชาติ โดยไม่ขึ้นกับสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมายของบิดามารดา.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS