เมื่อวันที่ 26 ก.ค. “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและภูมิภาคต่างๆ เรื่อง “ผู้สูงอายุกับระบบสวัสดิการรัฐ” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 434 คน ระหว่างวันที่ 21-24 ก.ค. 2569 โดยพบว่ากลุ่มตัวอย่างมองว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงอายุ ร้อยละ 67.28 แต่ร้อยละ 32.72 ระบุว่ามีความพร้อม อีกทั้ง กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 74.65 ระบุว่าระบบสวัสดิการรัฐในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ แต่ร้อยละ 25.35 มองว่ามีเพียงพอ
สำหรับเรื่องที่รัฐควรปรับปรุงมากที่สุด เพื่อให้ผู้สูงอายุเข้าถึงสวัสดิการได้สะดวกขึ้น พบว่าร้อยละ 65.9 ระบุว่าการทำให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในพื้นที่ ขณะที่ร้อยละ 62.21 เปิดบริการถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ และร้อยละ 58.99 ประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง เข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุโดยตรง ส่วนเรื่องที่รัฐควรให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุเรื่องที่ควรให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุนั้น ประชาชน ร้อยละ 66.13 ระบุว่าการให้เงินสนับสนุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุ ให้มากขึ้น และร้อยละ 59.91 ระบุว่ามีระบบการรักษาพยาบาลที่ดี
เมื่อถามถึงภาพรวม ผู้สูงอายุเชื่อมั่นต่อระบบสวัสดิการรัฐว่าจะสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคตได้เพียงใดนั้น พบว่ากลุ่มตัวอย่างร้อยละ 62.90 ระบุว่าไม่เชื่อมั่น แต่ร้อยละ 37.10 ระบุว่าเชื่อมั่น
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า จากผลสำรวจผู้สูงอายุส่วนใหญ่มองว่าสวัสดิการที่ดีควรครอบคลุมทั้ง รายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการมีงานทำ ดังนั้นในการเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัยนั้นจึงต้องออกแบบระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความแตกต่างของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่มและช่วยให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีในชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงการหาเสียงชั่วครั้งชั่วคราวสร้างภาระให้กับประชาชนมากกว่าช่วยเหลืออย่างจริงใจ.



