เมื่อวันที่ 24 ก.ค.69 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ว่า มหากาพย์ทุจริต “เรียกรับสินบนโกงการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นกระจายทั้งแผ่นดิน”

มีข้อสังเกตและข้อสงสัยความผิดปกติทางสถิติการสอบท้องถิ่น ดังนี้ 1.สถิติการจัดสอบท้องถิ่น ย้อนหลัง 5 ครั้ง

ปี 2568 (มศว.): ผู้เข้าสอบ 213,030 คน สอบผ่าน 47,208 คน คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 22.16% (พบตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ)

ปี 2564 (ม.บูรพา): ผู้เข้าสอบ 281,968 คน  สอบผ่าน 18,874 คน  คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 6.69%

ปี 2562 (ม.เกษตรศาสตร์): ผู้เข้าสอบ 249,235 คน  สอบผ่าน 9,893 คน  คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 3.97%

ปี 2560 (ม.บูรพา): ผู้เข้าสอบ 477,102 คน  สอบผ่าน 32,369 คน  คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 6.78%

ปี 2557 (ม.สวนดุสิต): ผู้เข้าสอบ 280,625 คน  สอบผ่าน 4,864 คน คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 1.73%

2.สถิติการสอบวัดความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) โดยสำนักงาน ก.พ. เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานการสอบข้าราชการระดับประเทศ (แบบ Paper & Pencil) จะพบว่าอัตราการสอบผ่านเฉลี่ยคงที่อยู่ในระดับประมาณ 1% ถึง 7% ดังนี้ ปี 2568: ผู้สมัคร 450,000 คน  สอบผ่าน 19,488 คน  คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 4.33%

ปี 2567: ผู้สมัคร 384,906 คน สอบผ่าน 28,571 คน  คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 7.42%

ปี 2566: ผู้สมัคร 333,500 คน สอบผ่าน 15,485 คน คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 4.64%

ปี 2565: ผู้สมัคร 369,437 คน สอบผ่าน 4,744 คน  คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 1.28%

ปี 2564: ผู้สมัคร 719,805 คน สอบผ่าน 11,349 คน คิดเป็นอัตราสอบผ่าน 1.58%

3. บทวิเคราะห์และข้อสันนิษฐานพฤติการณ์ทุจริต จากการเปรียบเทียบสถิติการสอบแข่งขันเข้ารับราชการทั้งสองหน่วยงาน (กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ สำนักงาน ก.พ.) จะเห็นได้ว่า มาตรฐานการสอบผ่านตามธรรมชาติจะมีอัตราเฉลี่ยสูงสุดไม่เกิน 7% ทว่าในการจัดสอบท้องถิ่นครั้งล่าสุด ปี 68 โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กลับปรากฏอัตราผู้สอบผ่านสูงถึง 22.16% ซึ่งเกิดค่าเบี่ยงเบนทางสถิติเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ยปกติเกือบ 4 เท่าตัว ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นอย่างผิดธรรมชาตินี้ ไม่อาจเกิดขึ้นได้จากการกระจายตัวของความรู้ผู้เข้าสอบตามปกติ แต่อาจเป็นดัชนีชี้วัดถึง ความผิดปกติในขั้นตอนประมวลผล การปรับเปลี่ยนเกณฑ์ หรือการแทรกแซงแก้ไขข้อมูลคะแนนดิบในระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตในการจัดสอบ

สำหรับ มหากาพย์ทุจริตสอบเข้าท้องถิ่นครั้งนี้ กมธ. กฎหมายฯ ตรวจจากเอกสารและคำชี้แจง มีข้อเท็จจริงและหลักฐาน ดังนี้

1.จากเอกสารชี้แจงของกระทรวงมหาดไทย ต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน (กมธ.กฎหมายฯ) ทำให้ทราบว่า ก่อนจะเกิดกระบวนการทุจริตโกงการสอบเข้าท้องถิ่นตามอำเภอใจกระจายเต็มแผ่นดินครั้งล่าสุดนี้ เริ่มมาจาก “ปล้นงาน มหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา)” ซึ่งมีประสบการณ์และผลงานในการจัดสอบจำนวนผู้สมัครมากที่สุด ทั้งยังทำหน้าที่จัดสอบท้องถิ่นถึง 2 ครั้ง และเป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่มีปัญหาทางคดีหรือพบการทุจริตแต่อย่างใด

ม.บูรพา ได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้ชนะการเสนอราคาการดำเนินการสอบแข่งขัน เพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2566 ในวงเงินเพียง 82,500,000 บาท สำหรับผู้สมัครประมาณ 300,000 คน คิดเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 275 บาท/คน

ต่อมา นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ในขณะนั้น ได้มีหนังสือโดยอ้างข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล (รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในขณะนั้น) ประกอบกับ กสถ. ได้มีมติเห็นชอบสั่งชะลอการลงนามสัญญา โดยอ้างข้อร้องเรียนลอยๆ และนำเหตุความบกพร่องของ TOR ที่ สถ. เป็นฝ่ายยกร่างขึ้นเอง อ้างว่าใช้ดุลพินิจตาม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 67 (3) โดย สถ. ได้มีหนังสือและออกประกาศ ลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา (มบ.) ถือเป็นการ “ปล้นงาน มหาวิทยาลัยบูรพากลางแดน” เปิดทางให้ยกร่าง TOR ใหม่ นำไปสู่การจัดซื้อจัดจ้าง มศว. ที่ไม่มีผลงานในการสอบท้องถิ่นเลย ในวงเงินสูงถึง 133,236,208 บาท สร้างความเสียหายแก่งบประมาณแผ่นดินทันที 50,736,208 บาท

2. ผู้แทน ป.ป.ช. ได้ชี้แจงต่อคณะ กมธ. กฎหมายฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. และ CIB ได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัทสามเมืองฯ ในจ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 พบข้าราชการส่วนท้องถิ่น 11 ราย กำลังร่วมกันแก้ไขกระดาษคำตอบและไฟล์คะแนนสอบ พร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้ หลายรายการ ที่สำคัญ อุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash Drive) บรรจุไฟล์คะแนนของกลุ่มเป้าหมาย 5,960 ราย ซึ่งถูกแก้ไขสถานะจาก “สอบตก” ให้กลายเป็น  “สอบผ่าน” ทั้งภาค ก. และ ภาค ข. ฃ

จากการสอบปากคำกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้การว่า นายพิชิต เป็นผู้นำ Flash Drive มาให้แก้ไข โดยรับไฟล์มาจาก “นายวิน” นำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาหลักจำนวน 3 ราย

3.กสถ. ได้มอบหมายให้กรมปกครองส่วนท้องถิ่น  ชี้แจงต่อ กมธ.กฎหมายฯ ว่า กสถ. ได้มีมติที่ประชุม ครั้งที่ 9/2569 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เห็นชอบให้ดำเนินการจำนวน 3 เรื่อง คือ 3.1 ให้ยกเลิกหรือเพิกถอนมติการประชุมของ กสถ. ในคราวการประชุม ครั้งที่ 16/2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 เฉพาะมติรับรองผลการสอบ โดยอ้างว่าผู้แทนของผู้ว่าจ้างมีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จต่อที่ประชุม เป็นเหตุให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและรับรองรายงานการประชุม โดยระบุผู้ผ่าน ภาค ก. และภาค ข. ของ ศูนย์สอบ (ยกเว้นศูนย์สอบภาคใต้) จำนวน 47,208 ราย แต่จากการตรวจสอบข้อมูลคะแนนดิบจากไฟล์กระดาษคำตอบที่แท้จริงปรากฏว่า มีผู้สอบผ่าน ภาค ก. และ ภาค ข. จำนวน 43,731 ราย 3.2 ให้ยกเลิกหรือเพิกถอนมติการประชุมของ กสถ. ในคราวการประชุม ครั้งที่ 4/2569 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 เฉพาะมติรับรองผลการสอบ ซึ่งอ้างว่าผู้แทนของผู้ว่าจ้างมีการนำเสนอข้อมูลอันเป็นเท็จต่อที่ประชุม เป็นเหตุให้ที่ประชุมมีมติเห็นชอบและรับรองการประชุมดังกล่าว โดยระบุผู้ผ่าน ภาค ก. และภาค ข. ของ 2 ศูนย์สอบภาคใต้ จำนวน 8,545 ราย แต่ที่แท้จริงผ่าน ภาค ก. และ ภาค ข. จำนวน 5,926 ราย สรุปมีการแก้ไขคะแนนจริงรวม 6,096 ราย (แก้เพิ่มขึ้น 5,925 ราย, แก้ลดลง 2 ราย, ไม่มาสัมภาษณ์ 169 ราย) สุทธิผู้ถูกแก้ไขคะแนนจำนวน 5,927 – 5,960 ราย และ 3.3 ยกเลิกประกาศการขึ้นบัญชีจำนวน 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และวันที่ 18 เมษายน 2569 และให้มีการประกาศการขึ้นบัญชีใหม่ โดยจัดเรียงลำดับรายชื่อจากคะแนนผู้สอบแข่งขันได้ขึ้นใหม่ตามผู้มีสิทธิที่ถูกต้อง โดยขณะนี้ สถ. อยู่ระหว่างการตรวจสอบคะแนนของผู้เข้าสอบทั้งหมด โดยคุ้มครองผู้เข้าสอบโดยสุจริต และคัดแยกบุคคลที่ไม่ผ่านเกณฑ์คะแนนตามมาตรฐาน

4.ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว. ชี้แจงว่า มีการจัดสอบทั่วประเทศ โดยมีการกำหนดศูนย์สอบ จำนวน 10 ศูนย์สอบ โดยแบ่งการสอบจำนวน 2 ครั้ง เนื่องจากศูนย์สอบภาคใต้ประสบปัญหาอุทกภัย ซึ่ง มศว. มีความประสงค์ที่จะไม่จัดสอบในภาคใต้ แต่เนื่องจากมีการลงนามในสัญญาจ้างเรียบร้อยแล้ว และเกรงว่าจะมีประวัติการบอกเลิกสัญญาจากหน่วยงานรัฐ มศว. จึงได้มีการจัดทำข้อสอบ ออกข้อสอบ และว่าจ้างช่วงให้หน่วยงานภายนอก จำนวน 3 หน่วยงาน และได้รับอนุญาตจาก สถ. เรียบร้อยแล้ว ได้แก่

บริษัท จันวาณิชย์ ซีเคียวริตี้ พริ้นท์ติ้ง จำกัด เพื่อดำเนินการผลิตข้อสอบและกระดาษคำตอบการตรวจกระดาษคำตอบและการประมวลผล , บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อดำเนินการขนส่งข้อสอบและกระดาษคำตอบ , มหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่กำหนด ซึ่งเป็นศูนย์สอบทั้ง 10 แห่ง เพื่อดำเนินการร่วมเป็นสนามสอบ

ดำเนินการจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น จำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ 1 จัดสอบทั้งหมด 8 ศูนย์สอบ (ยกเว้นศูนย์สอบภาคใต้) เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 และครั้งที่ 2 จัดสอบเฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ จำนวน 2 ศูนย์สอบ เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2569

ดำเนินการตรวจกระดาษคำตอบ ประมวลผล โดยเมื่อมีการสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว มศว. ได้ดำเนินการประมวลผลข้อสอบทันที และจัดส่งกระดาษคำตอบ ผลคะแนน ข้อสอบ โดยจัดทำเป็นไฟล์แบบ PDF และ EXCEL พร้อมรายชื่อที่สามารถนำขึ้นประกาศบัญชีได้ทันที, ไฟล์ภาพถ่ายกระดาษคำตอบ ภาค ก. และภาค ข., ไฟล์ประมวลผลคะแนนสอบ โดยบันทึกในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Flash drive) และได้นำข้อมูลทั้งหมดใส่ซองและมีการลงลายมือชื่อร่วมกันระหว่าง สถ. และ มศว.

จากนั้นนำซองดังกล่าวใส่ไว้ในกระเป๋าเจมส์บอนด์ และได้นำส่งไปยัง สถ. ซึ่งตาม TOR ต้องส่งมอบให้กับประธาน กสถ. หรือบุคคลที่ประธาน กสถ. กำหนด ซึ่งประธาน กสถ. กำหนด ให้ข้าราชการระดับผู้อำนวยการ 2 คน(ขอปิดชื่อ) และผู้ชี้แจงได้พบกับ“อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้บอกกับผู้ชี้แจง มศว ว่า กรมจะไปพิจารณาเอง” ซึ่ง ผู้ชี้แจงยืนยันเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสถ และ สถ ในการตรวจสอบความถูกต้อง มศว ผู้รับจ้าง

จะไม่ทราบว่ากระบวนการทำงานและพิจารณาอย่างไร โดยมีระยะเวลาดำเนินการจัดส่งข้อมูลดังกล่าว คือ ของศูนย์สอบที่ 1 – 8 ส่งให้ สถ. เมื่อวันที่ 11 –12 ธันวาคม 2568  และของศูนย์สอบภาคใต้ (ศูนย์ที่ 9 – 10) ส่งให้ สถ. เมื่อวันที่ 18 – 19 กุมภาพันธ์ 2569

ภายหลังจากที่มีการส่งมอบไปยัง สถ. เรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ของ สถ. ได้มีการประสานงานผ่านทางช่องทางแอปพลิเคชั่นไลน์มายัง มศว. เพื่อให้มีการประทับตราในไฟล์ประกาศรายชื่อและบัญชีรายชื่อ บริเวณมุมล่างขวาของกระดาษ โดยอ้างว่าเป็นกรณีปกติของทาง สถ. ที่ให้ผู้รับจ้างประทับตรา ซึ่ง มศว. ได้ปฏิเสธเนื่องจากไม่เคยดำเนินการประทับตราดังกล่าว แต่ สถ. ยังคงยืนยันให้ดำเนินการ โดยอ้างวิธีปฏิบัติของ สถ.

ดังนั้น มศว.จึงดำเนินการประทับตรามหาวิทยาลัย โดยไม่ได้มีการตรวจสอบข้อมูลว่าข้อมูลที่ได้ประทับตรานั้น ตรงกับข้อมูลที่เคยส่งมอบให้แก่ สถ. ก่อนนี้หรือไม่ เนื่องจากเป็นการใช้ไฟล์ดิจิทัลดำเนินการ และเชื่อว่าข้อมูลที่ให้ประทับตรานั้นตรงกับข้อมูลที่เคยส่งมอบให้แก่ สถ. โดยไม่ได้มีการกำหนดไว้ใน TOR และสัญญาแต่อย่างใด

ต่อมามีการประกาศผลผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค. สำหรับ 8 ศูนย์สอบแรก ในวันที่ 24 ธันวาคม 2568 และมีการประกาศผลการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 และได้มีการประกาศผู้มีสิทธิสอบ ภาค ค. ของศูนย์สอบภาคใต้ จำนวน 2 ศูนย์สอบ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 และมีการประกาศผลการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นในวันที่ 18 เมษายน 2569  การประกาศผลสอบทั้ง 2 ครั้ง มีการนำข้อมูลเท็จ และปลอมแปลงเอกสารราชการ นำผู้ที่สอบได้คะแนนต่ำไม่ผ่านเกณฑ์เป็นผู้สอบได้ ตามข้อมูลที่ผู้แทน ป.ป.ช. ชี้แจงประมาณ 5,960 ราย โดยแจ้งจากสอบตกเป็นสอบได้

กระบวนการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์อย่างมโหฬาร มีการปลอมแปลงเอกสารราชการ การนำเอกสารเท็จไปประกาศ ใช้เครือข่ายกระทำความผิดที่ย่ามใจ เป็นองค์กรอาชญากรรมที่ไม่เกรงกลัวกฎหมายและกระทำผิดกฎหมายหลายฉบับ มีพยานหลักฐานทั้งบุคคล เอกสาร วัตถุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์ครบถ้วนและต้องขยายผลไปถึง ผู้สั่งการ ใช้ จ้าง วาน ระดับนโยบาย เพื่อขจัดมหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่นเรียกรับสินบนกระจายทั้งแผ่นดิน “ คืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้สอบแข่งขันโดยสุจริต และปกป้องระบบคุณธรรมของราชการแผ่นดินต่อไปครับ”