สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโบโกตา ประเทศโคลอมเบีย เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ว่า ทางการเอกวาดอร์กล่าวหาว่า โคลอมเบีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตโคเคนรายใหญ่ที่สุดของโลก ประสบความล้มเหลวในการต่อสู้กับแก๊งค้ายาเสพติด ที่เป็นต้นเหตุของอาชญากรรมรุนแรงที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเอกวาดอร์
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลกีโตประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากโคลอมเบีย ในอัตรา 30% โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ก.พ. นี้ ทว่าในวันต่อมา รัฐบาลโบโกตาก็ตอบโต้ด้วยการกำหนดภาษี 30% เช่นกัน สำหรับผลิตภัณฑ์ของเอกวาดอร์ประมาณ 20 รายการ
ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลโบโกตายังประกาศว่าจะระงับการขายไฟฟ้าให้กับเอกวาดอร์ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกีโตก็โต้ตอบด้วยการเก็บภาษีน้ำมันจากโคลอมเบีย ที่ขนส่งผ่านท่อส่งน้ำมันโอซีพี ซึ่ง รมว.พลังงานโคลอมเบีย ประณามว่าเป็น “ความก้าวร้าวทางเศรษฐกิจ”
Ecuador will impose 30% tariff on goods from Colombia starting from February 1, President Daniel Noboa says, citing trade deficit and lack of cooperation on fighting drug trafficking at their shared border pic.twitter.com/f3IBa9g6rx
— TRT World Now (@TRTWorldNow) January 22, 2026
แม้ประธานาธิบดีดาเนียล โนโบอา ผู้นำเอกวาดอร์ เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับยาเสพติด และใช้มาตรการภาษีเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวว่า เอกวาดอร์อาจเสียเปรียบในการเผชิญหน้ากับโคลอมเบีย หลังกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของโคลอมเบีย ประกาศระงับ “ธุรกรรมไฟฟ้าระหว่างประเทศ” กับเอกวาดอร์
อนึ่ง นักวิเคราะห์บางคนกล่าวว่า การขาดแคลนไฟฟ้าอาจทำให้เอกวาดอร์เป็นอัมพาต ขณะที่โคลอมเบียจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้เช่นกัน หากต้องจ่ายภาษีที่สูงขึ้นสำหรับการขนส่งน้ำมันผ่านท่อส่งน้ำมันโอซีพีของเอกวาดอร์.
เครดิตภาพ : AFP



