สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวในช่วงหนึ่งของการให้สัมภาษณ์พิเศษกับฟ็อกซ์นิวส์ เกี่ยวกับองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ว่าแม้นาโตส่งทหารไปยังอัฟกานิสถานจริง เมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว “แต่อยู่รั้งท้ายหน่อย ห่างจากแนวหน้าไปนิดหน่อย”
เจ้าชายแฮร์รีแห่งเวลส์ พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าชาลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ซึ่งเคยทรงประจำการในแนวหน้าของสมรภูมิอัฟกานิสถานถึงสองครั้ง ทรงร่วมแสดงความเห็นว่า “การเสียสละเหล่านั้นสมควรได้รับการกล่าวถึงอย่างถูกต้อง ตามความจริงและด้วยความเคารพ”
Trump on NATO: "I've always said, will they be there if we ever needed them? That's really the ultimate test. I'm not sure of that. We've never needed them. They'll say they sent some troops to Afghanistan and this or that. And they did. They stayed a little back, off the front… pic.twitter.com/fA0i1S3LxY
— Open Source Intel (@Osint613) January 22, 2026
เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กล่าวว่า คำพูดของผู้นำสหรัฐ “น่าตกใจและดูหมิ่น” ต่อครอบครัวของผู้สูญเสีย และยืนยันว่า หากเป็นเขาเองที่พูดผิดพลาดเช่นนี้ “จะออกมาขอโทษอย่างแน่นอน”
อย่างไรก็ตาม นางเทย์เลอร์ โรเจอร์ส โฆษกทำเนียบขาว ปฏิเสธเสียงวิจารณ์ของหลายฝ่ายในสหราชอาณาจักร เธอยืนยันว่า ผู้นำสหรัฐ “พูดถูกแล้ว” และสหรัฐ “ทำเพื่อนาโต” มากกว่าทุกประเทศในพันธมิตรรวมกันเสียอีก
'I served there. I made lifelong friends there. And I lost friends there. The United Kingdom alone had 457 service personnel killed'
— BBC Breakfast (@BBCBreakfast) January 23, 2026
Prince Harry, who served in Afghanistan, has released a statement in response to Donald Trump's remarks that Nato soldiers – including British… pic.twitter.com/RIn1sYeYnD
ทั้งนี้ สงครามในอัฟกานิสถาน ซึ่งกินเวลายาวนานระหว่างปี 2544-2564 ถือเป็นการทำสงครามอย่างยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 และสหรัฐต้องการบุกเข้าไปภายในอัฟกานิสถาน เพื่อทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มอัล-กออิดะห์
ตลอดระยะเวลาดังกล่าว มีทหารอเมริกันหมุนเวียนกันเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ราว 800,000 นาย และเสียชีวิต 2,461 นาย ขณะที่สหราชอาณาจักรส่งทหารเข้าไปราว 500,000 นาย มากเป็นอันดับสอง และเสียชีวิต 457 นาย.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



