สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า นายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ต้อนรับนายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ผู้นำเดนมาร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งผู้นำทั้งสองฝ่ายหารือกัน เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยอมผ่อนคลายท่าทีที่จะใช้กำลังทหาร เพื่อยึดครองกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก


ขณะเดียวกัน ผู้นำเดนมาร์กและกรีนแลนด์ต่างย้ำว่า “อำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน” คือเส้นตายในการเจรจา นีลเซนยืนยันว่า รัฐบาลกรีนแลนด์ไม่ทราบเนื้อหาการสนทนาระหว่างทรัมป์กับนายมาร์ค รึตเตอ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แต่ยืนยันว่า “ไม่มีข้อตกลงใดเกิดขึ้นได้หากไม่มีส่วนร่วมจากเดนมาร์กและกรีนแลนด์”

นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ผู้นำเดนมาร์ก และนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ถ่ายเซลฟีกับประชาชน ระหว่างลงพื้นที่ในเมืองนุก เมืองหลวงของกรีนแลนด์


ด้านนายลาร์ส ล็อกเคอ ราสมุสเซน รมว.การต่างประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงระหว่างทรัมป์กับเลขาธิการนาโต เป็นเพียง “กรอบการทำงานเบื้องต้นสำหรับข้อตกลงในอนาคต” แต่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังคงจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


ทั้งนี้ กรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีประชากรราว 57,000 คน และอุดมไปด้วยทรัพยากร เคยเป็นอาณานิคมของเดนมาร์กอย่างเต็มรูปแบบมานาน 3 ศตวรรษ และได้รับสิทธิปกครองตนเองมากขึ้นจนกระทั่งเป็นเขตปกครองตนเองอย่างสมบูรณ์ เมื่อปี 2552 อย่างไรก็ตาม นโยบายหลายอย่างที่เดนมาร์กเคยใช้ “กดขี่” กรีนแลนด์ในอดีต เป็นแรงผลักดันให้ชาวกรีนแลนด์เดินหน้าสู่การเป็นเอกราช.

เครดิตภาพ : AFP