วันที่ 24 ม.ค. 69 บรรยากาศการท่องเที่ยวบนโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ตำบลเนินเพิ่ม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก กลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันในชื่อ “ซากุระเมืองไทย” ชุดเก็บตกส่งท้ายฤดูกาล เริ่มผลิบานอวดสีชมพูละมุน สร้างความสดใส ท่ามกลางอากาศเย็นสบายและสายลมหนาวที่พัดผ่านตลอดทั้งวัน

แม้ในปีนี้นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยจะพลาดโอกาสเดินทางขึ้นไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งบนยอดเขาภูลมโลตามแผนเดิม แต่โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า ยังคงเป็นจุดหมายที่มอบทั้งความงดงามและความประทับใจ ด้วยซากุระเมืองไทยชุดสุดท้ายที่กำลังทยอยเบ่งบาน คาดว่าจะสามารถชมความสวยงามได้ต่อเนื่องอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์

นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งแล้ว บริเวณใต้จุดชมวิว “หน้าผาพบรัก” ยังเต็มไปด้วยทุ่งดอกกระดาษหลากสีสัน ทั้งชมพู ม่วง ส้ม และขาว เรียงรายสวยงามตัดกับฉากหลังของขุนเขา สร้างบรรยากาศโรแมนติกเหมาะแก่การถ่ายภาพเป็นอย่างยิ่ง โดยดอกกระดาษจะมีให้ชมยาวต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

อีกหนึ่งความงดงามที่ไม่ควรพลาดคือ “กล้วยไม้ดิน” หรือ ซิมบีเดียน (Cymbidium) กล้วยไม้พื้นถิ่นของพื้นที่ภูเขาสูง ออกดอกเป็นช่อสีอ่อนหวาน มีกลิ่นหอมจาง ๆ และสามารถทนต่อสภาพอากาศหนาวเย็นได้เป็นอย่างดี นับเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของภูหินร่องกล้าที่หาได้ยากในแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป

ขณะเดียวกัน ใบเมเปิลหรือ “ก่วมแดง” ที่เปลี่ยนสีเป็นแดงสดในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า เริ่มร่วงหล่นปกคลุมพื้นดิน กลายเป็นพรมสีแดงตามธรรมชาติ เพิ่มมิติความอบอุ่นและความโรแมนติกให้กับเส้นทางเดินชมธรรมชาติ

นักท่องเที่ยวหลายรายเผยว่า แม้จะผิดหวังจากการพลาดชมซากุระเมืองไทยบนภูลมโล แต่การมาเยือนภูหินร่องกล้าในช่วงเวลานี้กลับให้ความรู้สึกคุ้มค่าเกินคาด ทั้งซากุระชุดเก็บตก ทุ่งดอกกระดาษหลากสี กล้วยไม้ดิน และพรมใบเมเปิลแดง ล้วนผสานกันอย่างกลมกลืนบนฉากหลังของวิว “หน้าผาพบรัก” ซึ่งเป็นหน้าผาหินยื่นออกไป สามารถชมทิวทัศน์ได้กว้างถึง 180 องศา พร้อมสัมผัสลมเย็นตลอดทั้งวัน

สำหรับผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเดินทาง ช่วงเวลานี้ถือเป็นโอกาสเหมาะของการเก็บภาพความสวยงามส่งท้ายฤดูหนาว โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการสัมผัสซากุระเมืองไทยแบบไม่แออัด และดื่มด่ำบรรยากาศธรรมชาติอันเงียบสงบของโครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้าอย่างเต็มอิ่ม