เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (24 ม.ค.69) ตำรวจปส. พร้อมตำรวจบชน. ร่วมกันจักกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด 4 ราย พร้อมของกลาง ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) รวมทั้งสิ้น 250.57 กรัม พร้อมของกลางอื่น ๆ อีกหลายรายการ ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 68 เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการ บุกทลายเครือข่ายแก๊งชาวต่างชาติ ผิวสีย่านนานา สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวผิวสี สัญชาติไนจีเรีย 9 ราย ก่อนขยายผลกลุ่มชาวผิวสีอย่างต่อเนื่อง ตามล่าต้นตอค้าผงขาว จนได้พบกับ หญิงไทยรายหนึ่งเป็นภรรยาชายชาวไนจีเรียและเป็นตัวการสำคัญในขบวนการค้าโคเคน ระหว่างที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนขยายผลต่อ

ภายหลังได้เบาะแสว่า หญิงไทยรายนี้ค้าขายโคเคนมาเป็นเวลาราว 10 ปี แต่ยังไม่เคยถูกจับกุม จึงสะกดรอยติดตามขณะออกตระเวนส่งโคเคนให้กับกลุ่มลูกค้าไฮโซด้วยตนเอง ก่อนเข้าจับกุมตัว นายศุภเสถียร (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ชนัญชิดา (สงวนนามสกุล) ขณะเดินมารับยาโคเคนที่ หญิงสาวรายนี้ทิ้งไว้ให้ หลังจับกุมตัวชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบข้อมูลว่าหญิงรายนี้ และลูกน้องอีก 1 ราย คอยตระเวนขับรถส่งยาเสพติดให้ จึงได้นำกำลังติดตามไปจับกุมต่อ

และพบ นายพิชชากร (สงวนนามสกุล) พร้อมของกลางโคเคน 27 ซอง น้ำหนัก 33.51 กรัม เงินสดอีก 95,000 บาท โดยรับสารภาพว่าเป็นเงินที่ได้จากการวิ่งส่งยาเสพติดให้กับเจ้าแม่ ต่อมาสามารถจับกุมตัว นางกัญญ์พพัชญ์ (สงวนนามสกุล) เจ้าแม่โคเคนรายนี้ได้สำเร็จ โดยพบของกลางโคเคนที่รถยนต์จำนวน 10 ซอง และได้ขยายผลการจับกุมไปตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พบของกลางอีกกว่า 210 กรัม โดยจากการขยายผลทำการตรวจค้นทั้งคอนโดและที่พัก ชุดสืบสวนทำการยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก เช่น เงินสด , ทองคำแท่ง , สร้อยคอทองคำ , ของแบรนด์เนม, รถตู้อัลพาร์ด, รถยนต์ 2 คัน และอายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า คดีนี้เป็นการขยายผลการจับกุมจากแก็งโคเคนผิวสี โดยใช้หญิงไทยเป็นหัวจ่าย ตามชุมชนเมือง คอนโด หมู่บ้านหรูในพื้นที่กรุงเทพ การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด.