สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่านพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) กล่าวถึงการที่ความเป็นสมาชิกภาพดับเบิลยูเอชโอของสหรัฐ สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่าทั้งสหรัฐและโลกใบนี้ “จะปลอดภัยน้อยลง” และ “เป็นที่น่าเสียดาย” ว่าสิ่งที่สหรัฐใช้เป็น “เหตุผล” ประกอบการถอนตัวนั้น “ไม่เป็นความจริงอย่างสิ้นเชิง”


นพ.เทดรอสกล่าวว่า ดับเบิลยูเอชโอร่วมงานกับทุกประเทศที่เป็นสมาชิก รวมถึงสหรัฐ “อย่างเท่าเทียมและจริงใจมาตลอด”และกล่าวถึงช่วงเกิดวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่าดับเบิลยูเอชโอแบ่งปันข้อมูลทั้งหมดที่มีอย่างรวดเร็วและโปร่งใสกับทั่วโลก และให้คำแนะนำแก่รัฐสมาชิกบนพื้นฐานของหลักฐานที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในเวลานั้น


ดับเบิลยูเอชโอแนะนำให้มีการใช้หน้ากากอนามัย ฉีดวัคซีน และการเว้นระยะห่างทางสังคม แต่ไม่สามารถ “บังคับ” ให้ต้องปฏิบัติตาม และไม่มีอำนาจสั่งการให้ประเทศใดต้องล็อกดาวน์ เนื่องจากคำสั่งเหล่านั้น ต้องเป็นไปตามรัฐบาลผู้มีอำนาจของประเทศแห่งนั้น ในการตัดสินใจกับสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่า เป็นผลประโยชน์สูงสุดกับประชาชน


ขณะเดียวกัน นพ.เทดรอสเน้นย้ำว่า เมื่อรัฐบาลวอชิงตันเข้าร่วมเป็นสมาชิกดับเบิลยูเอชโอ ตามธรรมนูญเมื่อปี 2491 มีการระบุเรื่องการถอนตัวว่า จะต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปีและต้อง “ชำระภาระผูกพันทางการเงินต่อองค์กรให้ครบถ้วนสำหรับปีงบประมาณปัจจุบัน”


อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สหรัฐยังค้างชำระค่าบำรุงประจำปี 2567-2568 และมียอดค้างชำระสะสมอยู่ประมาณ 260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 8,083.40 ล้านบาท ) ซึ่งจะทำให้เกิดปัญหาตามมา ดับเบิลยูเอชโอหวังว่า รัฐบาลวอชิงตันจะกลับมามีส่วนร่วมกับองค์กรอย่างแข็งขันในอนาคต.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES