สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ว่าสำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) รายงานการเกิดหิมะตก ทั่วภูมิภาคตอนกลางของสหรัฐ รวมถึงรัฐแคนซัส โอคลาโฮมา และมิสซูรี โดยบางจุดมีหิมะทับถมสูงถึง 8 นิ้ว หรือราว 20 เซนติเมตร
The ongoing major winter storm will expand into the Mid-Atlantic states tonight and then the Northeast late Sunday. Heavy snow, sleet, and freezing rain will bring considerable impacts to much of the eastern half of the United States. pic.twitter.com/7TbzLLDJcU
— NWS Weather Prediction Center (@NWSWPC) January 24, 2026

ทั้งนี้ เอ็นดับเบิลยูเอสคาดการณ์ ผลกระทบจากหิมะและฝนน้ำแข็งจะยืดเยื้อไปจนถึงสัปดาห์หน้า โดยจะมีการกลายเป็นน้ำแข็งซ้ำเป็นระยะ ซึ่งจะทำให้พื้นผิวถนนเป็นน้ำแข็งและเป็นอันตรายต่อทั้งการขับขี่และการเดินเท้า

ด้านเว็บไซต์ FlightAware.com รายงานว่า สายการบินหลายแห่งของสหรัฐยกเลิกเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากอเมริกามากกว่า 4,000 เที่ยว ส่วนเที่ยวบินที่ล่าช้ากว่ากำหนดหรือดีเลย์ มีปริมาณมากกว่าอีกเท่าตัว

ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ยืนยันว่า รัฐบาลกลางเฝ้าติดตามและติดต่อกับทุกรัฐที่อยู่ในเส้นทางของพายุฤดูหนาว เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที พร้อมทั้งอวยพรขอให้ประชาชนปลอดภัย และย้ำว่า การรักษาความอบอุ่นของร่างกายเป็นสิ่งสำคัญ
ส่วนนายฌอน ดัฟฟีย์ รมว.คมนาคม เตือนว่า ชาวอเมริกันมากถึง 240 ล้านคนอาจได้รับผลกระทบจากพายุฤดูหนาว ซึ่งปัจจุบันมีอย่างน้อย 20 รัฐและกรุงวอชิงตัน ที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว

สำหรับความรุนแรงของพายุฤดูหนาวครั้งนี้ เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ “โพลาร์ วอร์เท็กซ์” หรือลมวนขั้วโลกที่ยืดตัวออก ปกติจะเป็นมวลอากาศเย็นความกดอากาศต่ำที่หมุนวนเป็นวงกลมบริเวณอาร์กติก แต่บางครั้งจะเปลี่ยนรูปเป็นวงรี และส่งให้มวลอากาศเย็นจัดพุ่งลงมาปกคลุมอเมริกาเหนือ
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าความถี่ที่เพิ่มขึ้นของโพลาร์ วอร์เท็กซ์ อาจเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ยังคงเป็นประเด็นที่มีการถกเถียง และมีความผันแปรทางธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง.
เครดิตภาพ : AFP



