เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 25 ม.ค. ที่ว่าการอำเภอแก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย กล่าวบนเวทีปราศรัยช่วงหนึ่งว่า เวทีนี้ขอให้ประชาชนเป็นสักขีพยานว่าเกิดอะไรขึ้นจากผลของรัฐบาล MOA กับการเอาอำนาจรัฐไปฝากไว้กับพรรคสีน้ำเงิน ก่อนที่จะมีรัฐบาล MOA เกิดคดีสำคัญ คือเรื่องฮั้ว สว. กฎหมายนี้คณะปฏิวัติร่างรัฐธรรมนูญ เจตนาคือต้องการสกัดพรรคเพื่อไทย กำหนดให้มี สว. 200 คน เพื่อให้ สว. มีสิทธิเลือกนายกฯ ปรากฏว่าเลือกกันเสร็จ จับได้มีพยาน หลักฐานมากมายเรี่ยราดไปหมด ว่า สว. 200 คนนั้นมาจากการฮั้ว ทำกันเป็นขบวนการ ทั้งคนและเงินมหาศาล จึงมีการดำเนินคดีโดย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นคนช่วย จนมีผู้ถูกกล่าวหา 1,200 คน 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ในขณะที่กำลังดำเนินการ รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะพรรคการเมืองที่ตกเป็นจำเลยในคดีฮั้ว สว.คือพรรคสีน้ำเงิน พอปรับ ครม.ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง รัฐบาล MOA ส้มแบกน้ำเงิน เราพูดอยู่แล้วว่าคดีฮั้ว สว.จะเสียหาย เราพูดอยู่แล้วว่าการรักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมืองในการบังคับใช้กฎหมาย รักษากระบวนการยุติธรรมจะพัง ก็ไม่ฟัง สีส้มยังไปยกมือให้เขา ในที่สุดกระทรวงยุติธรรมในรัฐบาล MOA ก็ให้ดีเอสไอส่งสำนวนคดีฮั้ว สว.ให้อัยการฝ่ายคดีพิเศษ มีผู้ถูกกล่าวหาเพียง 8 คน จาก 1,200 คน และเมื่อ 4-5 วันที่ผ่านมา เขาพยายามปิดเรื่อง แต่ตนรู้เรื่องเห็นว่าเป็นความลับ ตนจึงนำมาเปิดเผย 

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 16 ม.ค. อัยการคดีพิเศษทำหนังสือกลับมาที่ดีเอสไอ บอกว่าคดีฮั้ว สว. ที่ใส่มูลฐานความผิดฟอกเงิน มีผู้ต้องหาเพียง 8 คน จาก 1,200 คน เป็นสำนวนที่ไม่สมบูรณ์ ความผิดฐานฟอกเงินต้องมีความผิดฐานอื่นก่อน ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะมาแจ้งฟอกเงิน โดยที่เรื่องฮั้ว เรื่องอั้งยี่ ยังทำไม่เสร็จ และต้องทำทีเดียวทั้ง 1,200 คน ไม่ใช่แยกมาแค่ 8 คน ตัวใหญ่ๆ ไม่โดนเลย นักการเมือง แกนนำในรัฐบาลไม่โดนเลย อัยการเขาไม่รับ ตีเรื่องกลับที่มาดีเอสไอ หนังสือออกตั้งแต่ 16 ม.ค. วันนี้เรื่องยังเงียบ ใครจงใจปิดเรื่องนี้เอาไว้ จะเอาอำนาจมาปิดหูปิดตาประชาชนได้อย่างไร นี่คือความเสียหาย คือผลกระทบจากรัฐบาล MOA

“พรรคสีส้ม ท่านอาจจะไม่ทราบ แต่ตนบอกท่านให้ทราบ เพราะนี่คือผลกระทบ คือระเบิดเวลา ที่ท่านพากันไปฝังไว้ เดชะบุญที่ฝ่ายอัยการยังยึดถือเอาความตรงไปตรงมา ตีสำนวนกลับ ถ้าอัยการไม่ตีสำนวนกลับ มันจะกลายเป็นว่าคดีฮั้ว สว.เดินแต่หน้าเค้ก ตัวเล็กๆ 8 คน แต่อีก 1,200 คนรอดเกลี้ยง จะเป็นไปได้อย่างไร” นายณัฐวุฒิ กล่าว

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องปกป้องบ้านเมือง ปกป้องกระบวนการยุติธรรม ถ้าเห็นด้วยกับตนว่าเรื่องนี้ต้องทำตรงไปตรงมา ต้องบังคับใช้กฎหมาย อย่าใช้อำนาจบาตรใหญ่ ปิดหูปิดตาประชาชน ใครผิดต้องดำเนินคดี นายกฯ ฟังเสียงประชาชนด้วย ฟังเสียงคนชัยภูมิด้วย ไม่ใช่เอะอะจะหาเสียงคนละครึ่งๆ คนละครึ่งที่ไหนจาก 1,200  มาแค่ 8 คน  สำหรับสีส้มตนไม่ได้โจมตี ไม่ได้ว่าร้าย แต่ตนบอกว่าไม่รู้จะกี่หนจนเครียด จนผมร่วงหมดแล้ว ว่าไปตั้งรัฐบาลแบบนี้บ้านเมืองเสียหาย แล้วจะรับผิดชอบอย่างไร ท่านก็ไม่มีปัญญารับผิดชอบได้ ท่านเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ แต่สำนวนไปอัยการแล้ว อัยการจับได้ไล่ทันแล้วตีกลับมา ขอปรบมือให้สำนักงานอัยการ ถ้าต้องการให้กฎหมายเป็นกฎหมายขอให้เลือกเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ