เมื่อวันที่ 25 ม.ค. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีดราม่าเรื่องเงินกองทุนประกันสังคมในขณะนี้ ว่า เงินกองทุนในประกันสังคมเป็นเงินกองทุนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ 2.8 ล้านล้านบาท และผู้ประกันตนทุกคนก็มีความรู้สึกที่ย้อนแย้งเช่นกันว่า ทำไมเงินที่ผู้ใช้แรงงานทุกคนสมทบเข้าไป ถูกบริหารจัดการโดยภาครัฐที่ขาดความโปร่งใส ถูกนำไปทำปฏิทิน สร้างโรงอาหารในกระทรวงแรงงาน หรือไปซื้อตึกที่มีผลสอบออกมาแล้วว่าแพงเกินจริง และเร่งรัดเกินความเป็นจริง
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า หากเปรียบเทียบกับเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ที่เป็นเงินอยู่ในระบบข้าราชการที่สมทบเข้าไป แต่บริหารจัดการโดยภาคเอกชน ดังนั้น ตนคิดว่าสิ่งที่เราเรียกร้องไม่มีอะไรที่เกินไปกว่าการจะทำให้เงินของผู้ประกันตนทุกคนจะได้ใช้จ่ายอย่างโปร่งใส และตกถึงไม้ถึงมือทุกคนมากที่สุด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รมว.แรงงานควรจะออกมาแสดงจุดยืนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า รัฐมนตรีสามารถแสดงจุดยืนได้ทุกเวลา แต่การเมืองแบบที่ผ่านมา เช่น ผลสอบตึก Skyy9 ที่เราก็เห็นว่าใครเป็นเจ้าของตึกที่ขายต่อหรือใครที่เป็นรัฐมนตรีในอดีตที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับช่วงการซื้อตึกด้วยกองทุนประกันสังคม ซึ่งได้ไหลไปอยู่พรรคเดียวกันแล้ว ดังนั้นการแก้ไขกองทุนประกันสังคมคงหนีไม่พ้นเรื่องการเมือง และที่ผ่านมาจะเห็นรัฐมนตรีสีเทา แต่ยังไม่ได้รับการจัดการอย่างดีเท่าที่ควร เพราะนายกรัฐมนตรี เอาเหตุผลทางการเมืองอยู่เหนือเหตุผลเรื่องอื่นๆ ที่ควรเป็นมาตรฐานทางการเมือง และสูงกว่านี้
ฉะนั้น การจัดการเรื่องสีเทา การทำให้เงินกองทุนประกันสังคม และงบประมาณทุกอย่างของรัฐโปร่งใส ตกถึงมือประชาชนมากที่สุด ต้องเริ่มแก้ที่การเมืองก่อน
ส่วนที่กองทุนประกันสังคมสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน โชว์กำไรกว่า 80,000 ล้านบาทนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้าบริหารด้วยมืออาชีพกว่านี้ ตนเชื่อว่า ผลตอบแทนของกองทุนประกันสังคมสามารถมากกว่านี้ได้.



