สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล เกี่ยวกับปฏิบัติของเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ไอซีอี) ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา ว่าเป็นเรื่องน่าเศร้าที่พลเมืองอเมริกันสองราย ต้องเสียชีวิตเพราะความวุ่นวายที่พรรคเดโมแครตเป็นผู้ก่อขึ้น และประณามการที่รัฐมินนิโซตา ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคเดโมแครต ปฏิเสธให้ความร่วมมือกับไอซีอี


ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่วิสามัญนายอเล็กซ์ เพรตติ บุรุษพยาบาลห้องไอซียูวัย 37 ปี ระหว่างการควบคุมการประท้วงต่อต้านไอซีอี ในเมืองมินนีแอโพลิส ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่ถึง 3 สัปดาห์ หลังเจ้าหน้าที่ไอซีอีวิสามัญ น.ส.เรเน กู๊ด วัย 37 ปี

เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางสหรัฐ โยนกระป๋องแก๊สน้ำตาใส่ผู้ประท้วง ระหว่างการควบคุมสถานการณ์ชุมนุม ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา


แม้รัฐบาลทรัมป์ยืนยันว่า เพรตติมีเจตนาจะทำร้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นข้ออ้างเดียวกับกรณีของกู๊ด และยืนยันว่า เพรตติพกปืน อย่างไรก็ตาม วิดีโอที่มีการส่งต่ออย่างแพร่หลายบนโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่า แม้เพรตติมีปืนจริง แต่ไม่ได้ชักอาวุธออกมาเลย ทว่ากลับถูกเจ้าหน้าที่ระดมยิงใส่ประมาณ 10 นัด หลังเจ้าหน้าที่ฉีดสเปรย์สารเคมีใส่หน้าเพรตตี และทุ่มลงกับพื้น ภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที


ด้านครอบครัวของเพรตติประณาม “คำโกหกที่น่าสะอิดสะเอียน” ของรัฐบาลกลาง ขณะที่นางคริสติ โนเอม รมว.ความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ กล่าวว่า เพรตติ “ไม่ใช่ผู้ที่ประท้วงอย่างสงบ” และเธอ “รู้สึกเสียใจกับครอบครัวของเพรตติ”

ส่วนนายทอดด์ บลานช์ รมช.ยุติธรรมสหรัฐ ยอมรับว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า เจ้าหน้าที่ยิงเพรตติหลังยึดปืนไปแล้วหรือไม่ และจำเป็นต้องมีการสอบสวนต่อไป


ต้นเหตุของความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลกลางกับทางการรัฐมินนิโซตา เกิดจากการที่ทรัมป์ส่งเจ้าหน้าที่ไอซีอีหลายพันนายไปยังเมืองมินนีแอโพลิส หลังสื่อฝ่ายขวารายงานเกี่ยวกับการทุจริตเรื่องสวัสดิการสังคมของผู้อพยพชาวโซมาเลีย

ขณะที่นายคีธ เอลลิสัน อัยการสูงสุดรัฐมินนิโซตา โต้กลับว่า หากเป็นเรื่องของการปราบปรามการทุจริต ทรัมป์ควรส่งเจ้าหน้าที่ด้านการตรวจสอบบัญชี ไม่ใช่เจ้าหน้าที่สวมหน้ากากพร้อมอาวุธครบมือแบบนี้.

เครดิตภาพ : AFP