นายอำนวย แท่นดี ผู้สมัคร สส.สุรินทร์ เขต 8 พรรคกล้าธรรม เบอร์ 1 ได้ลงพื้นที่หาเสียงที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อขอคะแนนเสียงจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าชายแดน แบบลุยเดี่ยว ไม่มีผู้ช่วยหาเสียงถือป้ายเดินตามแต่อย่างใด ในสไตล์หนุ่มบ้านนา คนบ้าน ๆ พูดภาษาเขมรท้องถิ่นสุรินทร์ (ภาษา “เขมรท้องถิ่นสุรินทร์” ไม่ใช่ “ภาษากัมพูชา”) กับพ่อค้าแม่ค้าชาวไทยที่พูดภาษาท้องถิ่นได้ ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง โดยนำเสนอนโยบายหลักของพรรค อาทิ ด้านเกษตร จัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ยึดที่ดินผิดกฎหมาย ผลักดันการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็นโฉนดเพื่อการเกษตรให้ชาวบ้าน และยกระดับเป็นโฉนดครุฑแดง ทำสงครามสินค้าเถื่อน แก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้า ชู “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” จัดหาตลาดรองรับสินค้าเกษตร รัฐบาลผลิตปุ๋ยขายราคาถูก
สร้าง “ธนาคารเกษตรเพื่อประชาชน” ให้เกิดขึ้นได้จริง,ด้านน้ำ เปลี่ยนการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ เพิ่มเส้นทางไหลของน้ำ จัดทำแผนที่น้ำทุกจังหวัด, ด้านการศึกษา แก้ปัญหาหนี้สิน-ที่อยู่อาศัย พัฒนาคุณภาพชีวิตครู,ยกระดับการศึกษา ระดับอาชีวศึกษา ให้ตรงกับตลาดแรงงาน เรียนแล้วนำไปทำงานเลี้ยงชีพได้จริง พัฒนาภาคการศึกษาด้วย AI, ด้านกลุ่มเปราะบาง ดูแลกลุ่มเปราะบาง ปรับเบี้ยเด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ แบบถ้วนหน้า ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเชื่อมต่อความช่วยเหลือถึงบ้าน, ด้านการท่องเที่ยว กระตุ้นการท่องเที่ยวเมืองรองให้กลายเป็นเมืองหลัก พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวโดยยึดหลักภาคการเกษตร ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ศิลปวัฒนธรรม และด้านการกีฬา สนับสนุนกีฬาทุกประเภท ตั้งแต่ระดับเยาวชน จากรากหญ้าสู่นักกีฬาอาชีพ เป็นต้น

นายอำนวย แท่นดี ผู้สมัคร สส.สุรินทร์เขต 8 พรรคกล้าธรรม เบอร์ 1 กล่าวว่า ตนลงพื้นที่ตลาดช่องจอม เยี่ยมเยียนพ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ที่ผ่านมา ทั้งสองรอบ ทำให้การทำมาหากินของพี่น้องลำบากมากขึ้น ซึ่งที่ได้มารับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ตลาดช่องจอม โดยพบว่าที่ดินส่วนใหญ่ที่นี่เป็น ส.ป.ก. และอยากเข้าถึงแหล่งทุน เขามีความหวังที่พรรคกล้าธรรมจะชูนโยบายเปลี่ยนจาก ส.ป.ก.เป็นโฉนดครุฑแดง เพื่อที่เขาจะได้มีโอกาสได้เข้าถึงแหล่งทุน เป็นเรื่องที่ได้รับข้อเสนอจากพี่น้องตลาดช่องจอม เป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้รับการตอบรับจากชาวบ้านเป็นอย่างดี พรรคกล้าธรรรมเป็นที่พึ่งพรรคหนึ่งที่จะขับเคลื่อนนโยบายดี ๆ ที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ที่ท่านได้พูดไว้ว่าจะมาสร้างโมเดลให้กับคนชายแดน แน่นอนอนาคตวันข้างหน้าเราจะมีแหล่งท่องเที่ยวชายแดนไม่ว่าจะเนิน 350 และปราสาทตาควายที่เรายึดคืนได้ พื้นที่ที่เราได้มาคืนมีโอกาสที่จะเป็นเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งชาวบ้านต่างก็ไม่หวั่น ถ้าจะมีสงครามเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 3 ชาวบ้านพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทหาร เพื่อให้ทุกอย่างจบ จบที่รุ่นของพ่อแม่พี่น้องในยุคนี้ ไม่อยากให้ไปมีผลกระทบถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคงชายแดน อีกเรื่องที่ได้รับข้อเสนอแนะ คือเรื่องของที่ดินที่ยึดมาได้แล้ว ควรที่จะจัดสรรให้กับกำลังพล ที่ไม่มีที่ทำกิน ควรจัดสรรที่ดินติดกับพรมแดน ให้เป็นแนวกันชน ซึ่งแผ่นดินที่ยึดคืนมา ถ้าทหารมอบให้กับกรมป่าไม้หรืออนุรักษ์ก็จะเข้าสู่แบบเดิม ไม่สามารถที่จะบริหารดูแลจัดการที่ดินที่เป็นแนวกันชนได้ ชาวบ้านชายแดนก็อยากมอบที่ดินแนวกันชนให้กับกองทัพไปบริหารจัดการ สร้างแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ บริเวณหลังกำแพงชายแดน ถัดมาก็ควรจะให้กำลังพลได้มีที่ทำกินต่อไป ซึ่งตนจะได้รับเรื่องข้อเสนอแนะจากชาวบ้านดังกล่าวเสนอไปยังผู้ใหญ่ทางพรรคเพื่อนำไปพิจารณาต่อไป

“ที่สำคัญโมเดลเมืองชายแดนที่เป็นเมืองน่าอยู่ จริง ๆ แล้วตรงนี้กำลังพัฒนา ซึ่งเดิมตลาดช่องจอมจะมีชาวกัมพูชาออกมาทำการค้าขาย ต่อไปอาจจะไม่ได้เปิดให้ชาวกัมพูชาได้มาค้าขายในประเทศไทย ก็จะมีการสนับสนุนให้ชาวบ้านด่าน ชาวไทยได้มาประกอบกิจการค้าขาย ให้เป็นศูนย์รวมเศรษฐกิจชายแดน ให้เกิดการค้าขายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะสินค้าเกษตร หัตถกรรม นวัตกรรมต่าง ๆ จุดนี้ก็จะเป็นเมืองน่าอยู่ ซึ่งที่นี่มีโครงสร้างจะรองรับเมืองน่าอยู่อยู่แล้ว เมื่อมีการค้าขายเสน่ห์ชายแดนก็จะเกิดขึ้น ซึ่งก็อยากให้กระทรวงเกษตรฯโดยร้อยเอกธรรมนัสได้อยู่ สานงานต่อ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ทำงานดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะแก้ปัญหาเรื่องสินค้าเกษตรก็ดีเป็นลำดับขั้นมา ถ้าได้แก้ปัญหา ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดครุฑแดงด้วย ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก ชาวบ้านก็จะเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่าย ฝากเลือกพรรคกล้าธรรม เบอร์ 42 และเลือกผู้สมัคร สส.เขต 8 สุรินทร์ เบอร์ 1 เท่านั้น” นายอำนวยกล่าว
ขณะที่ นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 อดีต สส.เขต 8 คนล่าสุด ก็ได้ลงพื้นที่เปิดเวทีปราศรัย และเดินเคาะประตูบ้าน ทั้งตามตลาดนัดชุมชนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง หวังครองแชมป์ต่ออีกสมัย ซึ่งถือว่าเป็นแชมป์เก่าที่มีการลงพื้นที่ช่วงที่เป็น สส.ในเชิงรุกมาโดยตลอด และผู้ที่จะมาล้มแชมป์จะต้องลงพื้นที่ทำการบ้านอย่างหนักพอสมควร ขณะที่นายกิตตินันท์ วังอมรมิตร ผู้สมัคร สส.สุรินทร์ พรรคประชาชน เบอร์ 5 นอกจากเปิดเวทีปราศรัยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ อ.พนมดงรักแล้ว ก็มีการลงพื้นที่ขึ้นรถแห่ปราศรัยหาเสียงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ไม่ต่างจากผู้สมัครพรรคเพื่อไทยคนใหม่ คือ ร.ต.ท.จรูญ จุดาบุตร เบอร์ 4 ที่นำรถแห่ลงพื้นที่หาเสียงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน และไม่ต่างจากผู้สมัครพรรคอื่น ๆ ด้วย

สำหรับ จ.สุรินทร์ มีเขตเลือกตั้ง สส.จำนวน 8 เขต โดยเขตที่ 8 มีผู้สมัครประกอบด้วย นายอำนวย แท่นดี พรรคกล้าธรรม เบอร์ 1, นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ พรรคภูมิใจไทย เบอร์ 2 (อดีต สส.เขต 8 คนล่าสุด), นางสาวปลายฟ้า ปานทอง พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 3, ร.ต.ท.จรูญ จุดาบุตร พรรคเพื่อไทย เบอร์ 4, นายกิตตินันท์ วังอมรมิตร ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคประชาชน เบอร์ 5, นายบัณฑิต ศิลาอ่อน พรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6, นายไพบูลย์ ศิริมา พรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 7 และนางสมรส มั่นยืน พรรคปวงชนไทย เบอร์ 8.



