สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 ม.ค. ว่าเทศบาลนครนิวยอร์กออกแถลงการณ์ ยืนยันการพบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย อยู่ภายนอกอาคารแห่งหนึ่ง ท่ามกลางอุณหภูมิเยือกแข็งในช่วงสุดสัปดาห์ ขณะที่ทางการรัฐเทกซัสยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และทางการรัฐลุยเซียนายืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย ด้วยสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศหนาวเย็นจัด


ด้านข้อมูลจากเว็บไซต์ PowerOutage.com ระบุว่า มีผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 840,000 ครัวเรือนในสหรัฐ ซึ่งยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่อยู่ในภูมิภาคทางตอนใต้ของประเทศ โดยรัฐเทนเนสซีได้รับผลกระทบหนักที่สุด


ขณะที่มีอย่างน้อย 20 รัฐ รวมถึงกรุงวอชิงตัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากสภาพอากาศหนาวเย็นจัด ในจำนวนนี้อย่างน้อย 12 รัฐ ขอให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาวะฉุกเฉินจากส่วนกลาง เพื่อจะได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติม จากหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของรัฐบาลวอชิงตัน

ทั้งนี้ ทรัมป์ยืนยันว่า รัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้องกำลังประสานงานกับทุกรัฐที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด


ในเวลาเดียวกัน ท่าอากาศยานหลัก ในกรุงวอชิงตัน เมืองฟิลาเดลเฟีย และนครนิวยอร์ก ยกเลิกเที่ยวบินเกือบทั้งหมด ข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightaware.com รายงานว่า มีเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกถูกยกเลิกรวมกันแล้วมากกว่า 19,000 เที่ยว นับตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

สำหรับความรุนแรงของพายุฤดูหนาวครั้งนี้ เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ “โพลาร์ วอร์เท็กซ์” หรือลมวนขั้วโลกที่ยืดตัวออก ปกติจะเป็นมวลอากาศเย็นความกดอากาศต่ำที่หมุนวนเป็นวงกลมบริเวณอาร์กติก แต่บางครั้งจะเปลี่ยนรูปเป็นวงรี และส่งให้มวลอากาศเย็นจัดพุ่งลงมาปกคลุมอเมริกาเหนือ

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าความถี่ที่เพิ่มขึ้นของโพลาร์ วอร์เท็กซ์ อาจเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แม้ยังคงเป็นประเด็นที่มีการถกเถียง และมีความผันแปรทางธรรมชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง.

เครดิตภาพ : AFP