เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งแปลก ๆ ที่พวกเขาพูดคุยกันเกิดขึ้นจริง และชัดเจนขึ้นจนน่ากลัว ทั้งมีคนรุ่นใหม่ถูกดึงดูดเข้ามาร่วมวงมากขึ้น สำหรับกลุ่มนักอนุรักษ นิยมที่ยังอยากรักษาโลกใบเดิมที่สวยงาม เป็นกังวลว่า ระเบียบโลกเก่าจะล่มสลาย ดังนั้นการติดตามสาระจาก World Economic Forum ที่ Davos และมาวิเคราะห์กลั่นกรองอีกสองสามชั้น ให้เห็นทิศทางที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลง และเราต้องเตรียมพร้อมรับมือ

19-23 มกราคม ปีนี้ ที่ Davos เขาคุยอะไรกัน ทั้งในเวทีใหญ่ และวงสนทนาลับ

ปีนี้นับเป็นปีที่ 56 แล้วโดยมีธีมว่า “Spirit of Dialogue … จิตวิญญาณ   แห่งวงสนทนา เป็นการเปิดใจ เชื่อมโยงภาคส่วนสำคัญให้มาเปิดอกคุย แลกเปลี่ยนแนวทางกันว่า เราจะร่วมมือกันเผชิญวิกฤติโลกอย่างไร เพราะปีนี้ความเชื่อถือกันระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และประเทศต่าง ๆ ตกต่ำลง สวนทางกับความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นจน  ถึงขีดแดง

5 เรื่องใหญ่ที่มีการถกกันอย่างเข้มข้น ได้แก่

1.ศึกเดือดของภูมิ รัฐศาสตร์ เมื่อมหาอำนาจเปิดเกมแย่งชิงยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วโลก ปีนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องสงครามรัสเซีย ยูเครนที่อาจจะบานปลาย รวมไปถึงความก้าวร้าวของนโยบายต่างประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กระทบเศรษฐกิจทั่วโลก สร้างพื้นที่พิพาทใหม่ ในตะวันออกกลาง เวเนซุเอลา รวมไปถึงกรีนแลนด์ และ     อาจลุกลามมาในเอเชีย เพื่อแย่งชิงพื้นที่ยุทธศาสตร์กับจีน รวมถึงการรวมตัวของประเทศพันธมิตรเล็ก ๆ ที่มีความเปราะ บางสูง เพื่อคานอำนาจของมหาอำนาจขนาดใหญ่

2.การมาของยุค Agentic AI เมื่อเหล่า AI คิดเองได้ จัดการทุกอย่าง       ได้เบ็ดเสร็จ ต่างจากปีที่ผ่าน ๆ มาที่พูดกันเรื่องการพัฒนา และการใช้เทคโนโลยี AI แต่ปีนี้มีความกังวลเรื่องที่ AI จะก้าวไกลเกินไป คิดเอง สั่งการเองได้ จนอาจเกิดภัยพิบัติใหม่ มนุษย์เราจะควบคุมเทคโนโลยีนี้อย่างไร ถ้า AI สามารถแทนที่มนุษย์ได้ทุกอย่าง มนุษย์เราจะทำอะไร จะตกงานกันมากเท่าไร จะรีบ Reskill / Upskill คนในโลกจำนวน 1 ใน 3 ที่จะถูก AI มาทดแทนอย่างไร มนุษย์พันธุ์ใหม่ต้องมีทักษะอะไรบ้าง รวมถึงเขาคุยกันเรื่องนวัตกรรมสุดล้ำ เศรษฐกิจควอนตัม ที่จะมาทดแทนโมเดลทางการเงินแบบเดิม และสั่นคลอนความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน

3.ทำอย่างไรเมื่อเศรษฐกิจโลกหยุดโต คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจโลกจะโตเฉลี่ยแค่ 2% กว่า ๆ กลับไปเหมือนช่วงโควิด จะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจของเอเชียโตขึ้นอย่างก้าวกระโดดตามที่เคยทำนายไว้ จะทำลายกำแพงการค้าระหว่างตะวันออกและตะวันตกอย่างไร อะไรคือ New S Curve ของโลก จะขยายการเติบโตของเศรษฐกิจโดยไม่ให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมาอย่างไร มีแนวทางการพัฒนาสินทรัพย์ใหม่ เช่น สินทรัพย์ดิจิทัล อย่างไร  

4.ความยั่งยืนของโลก มาไม่ทันภาวะโลกเดือด ในขณะที่ประเทศส่วนใหญ่พัฒนามาตรฐานพลังงานสะอาด และพยายามสร้างเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเข้าสู่ Net Zero แต่ก็ยังช้าเกินไป ป่าขนาด  ใหญ่หลายแห่งในโลกกำลังถูกแปรรูป  เป็นพื้นที่อุตสาหกรรมใหม่เพื่อประโยชน์ของนายทุน ป่าที่มีน้อยอยู่แล้วยิ่งหายไป โลกร้อนขึ้นรวดเร็วกว่าการพัฒนาแหล่งพลังงานสะอาด แถมมหาอำนาจยังแย่งชิงพื้นที่แหล่งแร่แรร์เอิร์ธเพื่อความได้เปรียบในเศรษฐกิจสีเขียวที่กำลังเป็นข้อบังคับใหม่ของโลก

5.วิสัยทัศน์ 2050 อีก 25 ปีข้างหน้า เมื่อเราถึงกลางศตวรรษที่ 21 โลกจะเป็นอย่างไร ปีนี้พวกเขาพูดถึงเศรษฐกิจอวกาศกันแล้ว เราจะใช้ทรัพยากรในอวกาศแบบไหน มีที่ใดในจักรวาลที่มนุษย์จะตั้งถิ่นฐานได้บ้าง ความรู้และนวัตกรรมอวกาศอะไรที่จะเปลี่ยนแปลงมนุษย์ในอีก 25 ปีข้างหน้า รวมถึงมีการคุยกันเรื่องสิทธิที่จะอยู่ได้ถึง 150 ปี เพราะเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้มนุษย์ในวันข้างหน้ามีสุขภาพแข็งแรงมีอายุยืนยาวกว่าเดิม  เราต้องมีรัฐธรรมนูญการใช้ชีวิตแบบใหม่กันอย่างไร ไม่ให้เราผลาญทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด และเราควรมีสิทธิที่จะจากไปตามเวลาที่เราต้องการหรือไม่ อะไรคือความเหมาะสม และเป็นสิทธิมนุษยชนของคนรุ่นต่อไป

มีคำถามยาก ๆ ที่ถกกันมากมาย ได้แก่ เราจะร่วมมือกันอย่างจริงจังได้อย่างไร เราจะช่วยกันสร้างการเติบโตใหม่ของโลกแบบไหน ทวีปใดจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม เราจะลงทุนพัฒนามนุษย์พันธุ์ใหม่ในทิศทางไหน เราจะอยู่ร่วมกับ AI อย่างไร เราจะเร่งนวัตกรรมยั่งยืนด้วยวิธีใด และ ที่สำคัญเราจะสร้างความมั่งคั่งใหม่บนโลกใบเดิมที่ไม่ยั่งยืนอย่างไร.