เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เวลา 19.15 น. ที่ท่าน้ำ ทรส. ท่าข้ามพุนพิน เทศบาลเมืองท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรคฯ ดูแลพื้นที่ภาคใต้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นายวีระพงศ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคฯ และนายจุรี นุ่มแก้ว ผู้สมัครสส.เขต 2 จ.สงขลา และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รวมถึงคณะผู้สมัครสส.เขต ในจ. สุราษฎร์ธานี และผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ ในภาคใต้ ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยอย่างคับคั่ง ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังการปราศรัยแน่นขนัด พร้อมรุมมอบดอกไม้และพวงมาลัยให้กับนายอภิสิทธิ์ และผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ตลอด 30 ปีที่ตนต่อสู้ทางการเมือง ประชาชนชาวสุราษฎร์ธานีและประชาชนชาวใต้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด รอบนี้ในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ตนต้องขอประชาชนออกแรงอีกครั้ง เพราะการเมืองไทยและบ้านเมืองของเรา มีแต่เรื่องนักการเมืองเจรจาต่อรองผลประโยชน์ ต่อรองตำแหน่งและอำนาจ อีกทั้งมีแต่ข่าวคราวการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งสุดท้ายประชาชนและประเทศชาติเดินไปไม่ถึงไหน กระทั่ง เกิดเหตุการณ์พลิกผัน และเมื่อตนตัดสินใจกลับมาสู่การเมือง โดยกลับมาช่วยพรรคประชาธิปัตย์ให้อยู่คู่กับประเทศไทย เพราะพรรคประชาธิปัตย์สร้างตนขึ้นมา ซึ่งการที่ตนกลับมาครั้งนี้โชคดีมากที่มีคนทุกรุ่นเข้ามาช่วย อย่างเข่น นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แม้ท่านไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว แต่ท่านบอกว่ายังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์แน่นอน อีกทั้งยังมีอดีตสส.หหลายคนมาช่วยกันมา อาทิ นางนิภา พริ้งศุลกะ อดีตสส.สุราษฎร์ธานี และลูกชาย คือ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ อดีตสส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์​ รวมถึงนายธานี​ เทือกสุบรรณ อดีตสส. สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์​ และมีอดีตสส.จากจังหวัดอื่นๆ นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ ทุกคนเข้ามาผนึกกำลังกัน แต่วันนี้ที่สำคัญกว่าคืออยากผนึกกำลังกับประชาชนทั่วประเทศและหวังเป็นอย่างมากกับประชาชนชาวภาคใต้มาผนึกกำลังกันสร้างการเมืองที่สุจริต

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาปัญหาของประเทศและความทุกข์ยากของประชาชน สุดท้ายจบลงที่เพราะเรามีการเมืองที่ไม่สุจริต มีนักการเมืองที่มีผลประโยชน์ของตัวเอง จะทำอะไรก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยให้กับประชาชน สภาพเศรษฐกิจปากท้อง​ ปัญหาจึงได้เป็นแบบที่เป็นอยู่นี้ ตนกลับมาครั้งนี้เรื่องพรรคเป็นเรื่อง ที่สำคัญ แต่สำคัญกว่าคือเรื่องของประเทศ บ้านเมืองและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะฉะนั้นกลับมาครั้งนี้ตั้งใจจริงๆว่าจะต้องต่อสู้กับความไม่ถูกต้อง และความทุจริตหรือทุนเทา สำหรับเรื่องนโยบายนั้น เราสามารถทำนโยบายที่เรามั่นใจว่าตอบโจทย์คนไทยทั้งประเทศและตอบโจทย์ประชาชนที่นี่ อย่างภาคใต้ครั้งนี้เรามีแผนที่ชัดเจน จะต้องสร้างรถไฟที่จะวิ่งจากกรุงเทพฯไปถึงหาดใหญ่ ความเร็วไม่ต่ำกว่า 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เชื่อมโยงกับมาเลเซียและสิงคโปร์ และเชื่อมโยงกับลาวและจีน หรือเชื่อมไทยเชื่อมโลกเพื่อให้ทั้งคนไทยและสินค้าไทยไปได้ทั่วโลกรวดเร็วขึ้น​ และจะต้องมีมอเตอร์เวย์ลงมายังพื้นที่ภาคใต้เช่นเดียวกัน รวมทั้งจะต้องมีการเชื่อมต่อระหว่างอ่าวไทยและอันดามันเพื่อเปิดโอกาสเพิ่มช่องทางให้กับทุกคน

“ขณะที่สินค้าเกษตรยาง​ ปาล์ม ผลไม้ ประชาธิปัตย์เคยทำเรื่องประกันรายได้เกษตรกรมาแล้ว และมาเที่ยวนี้อย่างจะประกันอยู่ที่ราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม อย่าเพิ่งปรบมือเพราะ 60 บาทคือราคาประกัน แต่ตอนนี้ยังไปเชิญชวนนักลงทุนทั้งหลาย เอายางพาราของคนไทยไปสร้างสินค้ามูลค่าสูง เช่นยางรถไฟฟ้าอย่างเครื่องบิน อย่างน้อยก็ทำให้เรามั่นใจว่าราคายางจะทำให้พุ่งขึ้นไป 80 บาทเป็นอย่างน้อย ขณะที่ปาล์มน้ำมัน นอกจากจะประกันรายได้แล้วจะต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ให้ชาวสวนปาล์มได้รับความเป็นธรรมจัดการบริหารแบบครบวงจร เชื่อมโยงถึงเรื่องพลังงาน​ ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งเพื่อยกระดับราคาปาล์มได้ ที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นสินค้าตัวไหน รัฐบาลประชาธิปัตย์ตั้งใจมาช่วยเหลือเกษตรกรให้ได้รับการรับรองเรื่องคุณภาพมาตรฐานไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมให้ไม่มีใครในโลกมากีดกันสินค้าเหล่านี้ได้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า มีการเพิ่มเรื่องหวยจังหวัด​ ก่อนแซวชาวบ้านว่าพอพูดเรื่องหวยปั๊บสนใจทันที งวดที่แล้วออกอะไร 72 แต่วันที่ 8 ก.พ.นี้ จะออกเลข 27 สำหรับนโยบายหวยจังหวัดนั้น ทุกจังหวัดแต่ละเดือนจะมีการออกหวย 50 บาท ขายแค่แสนคน ซื้อผ่านแอปพลิเคชัน ทุกเดือนจะมี 1 คน ใน 100,000 คน ถูกรางวัล 1 ล้านบาท เพราะฉะนั้น ทุกเดือนจะต้องมีคนสุราษฎร์ฯได้เงิน 1 ล้านบาท จากแสนคนที่ซื้อหวยจังหวัด คนที่เหลือ ก็ถูกกิน แต่ถูกกินซื้อ 50 บาท พรรคประชาธิปัตย์จะเอา 40 บาทคืนไปใส่เป็นบัญชีเงินออมของท่านในกองทุนการออมแห่งชาติ แปลว่าเสียก็เสีย 10 บาท แต่ท่านได้ออมเงินสำหรับวันข้างหน้า 40 บาท นี่คือแนวทางของประชาธิปัตย์ที่พยายามมาช่วยประชาชนและคิดล่วงหน้าไปถึงอนาคต แต่ทั้งหมดทำไม่ได้ถ้าการเมืองเป็นการเมืองที่เหมือนเดิม เป็นการเมืองที่ไม่สุจริต ครอบงำโดยทุนเทา เราจะต้องเริ่มต้นด้วยการปราบปรามสิ่งเหล่านี้ ถามว่าใครจะปราบทุนเทา ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล เราเตรียมไว้หมดแล้ว เพราะเราได้ข้อมูลเรื่องเส้นทางการเงินยื่นไปให้หน่วยงานปปง.​ ก.ล.ต.​ สารพัดหน่วยงานแล้ว แต่ยังทำงานช้าอยู่

“แต่ 10 กว่าวันข้างหน้าทุนเทาแปลงร่างเป็นใบเทาจะมาแถวนี้ มาหรือยังถูกจดชื่อไปแล้วหรือยัง ทุนเท่าที่แปลงร่างเป็นใบเทามาให้ชาวสุราษฎร์เอาไม่เอา ตกลงเราจะปราบทุนเท่ากันไหม เอาแล้วเลือกไหม 10 กว่าวันที่เหลือผมแนะนำอย่างนี้ถ้ามา 1 ใบบอกไม่พอหรอก เพราะอภิสิทธิ์มาปราศรัยดูนั่นสิสุดลูกหูลูกตาอย่างน้อยต้อง 2 ใบ 2 ใบมาเดี๋ยวผมเอาจูรีมาปราศรัยอีกสักรอบ ถ้ามาแบบนี้ก็บอกว่า 2 ใบก็ไม่พอ เอาไปเรื่อยๆ เรียกไปให้พอ เรียกไปเรื่อยๆจนถึง 10 ใบแล้วบอกว่า
ถ้าคุณโง่ คิดว่าคนใต้ซื้อได้ กลับบ้านไปเถอะไม่เลือกหรอก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เดี๋ยวนี้เขาวิเคราะห์วิจารณ์มาว่า ทำโพลแล้วบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์มาแรง แต่พอบอกจำนวนสส. ทำไมไม่ตามโพล เขาก็บอกว่ากระแส​มา แต่สวนกระสุน​ ถ้าวันนี้ทุกคนที่มา​ในวันนี้ ยืนยันกับตนว่าจะมาผนึกกำลังกับพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้​ ไล่พวกซื้อเสียงออกไปจากภาคใต้​ เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาเพื่อสู้กับการซื้อเสียง สู้กับคนโกง สู้กับการทุจริต และสู้กับคนที่มาเลือกปฏิบัติกับประชาชน ต่อไปนีเเราจะทำให้ภาคใต้และการเมืองไทยเป็นการเมืองที่สุจริตอีกครั้ง

นายอภิสิทธิ์ ยังย้ำว่า ต้องเลือกทั้ง 2 ใบเพื่อให้พรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นรัฐบาล และถ้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด แต่ถ้าเลือกเราพอเราจะเป็นคนคุมเกมให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์สุจริต ให้รัฐบาลเป็นรัฐบาลที่ทำให้เศรษฐกิจโต ไม่สร้างความแตกแยกในบ้านเมือง