นับถอยหลังสู่จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของเมืองหลวงในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิ.ย.นี้ ศึกครั้งนี้เป็นการขับเคี่ยวครั้งสำคัญระหว่างแนวทาง “สานงานต่อเพื่อความต่อเนื่อง” ของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (เบอร์ 9) อดีตผู้ว่าฯ สมัยแรกที่ลงสมัครในนามอิสระ กับแนวทางการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง “กรุงเทพง่ายๆ” ของพรรคประชาชนที่นำเสนอโดย ดร.โจ – ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร (เบอร์ 10)
สองวิศวกรต่างรุ่น ดีกรีระดับอินเตอร์
ในการศึกครั้งนี้ หากสแกนโปรไฟล์ของสองแคนดิเดตเต็งหนึ่ง จะพบว่านี่คือการโคจรมาพบกันของสุดยอดมันสมองสายเทคโนแครตที่น่าจับตาที่สุด เพราะทั้งคู่ต่างสำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ ดีกรีเกียรตินิยมอันดับ 1 จากรั้วจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่เชี่ยวชาญกันคนละมิติอย่างสิ้นเชิง

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (หมายเลข 9) แม่ทัพใหญ่ค่ายอิสระผู้แข็งแกร่ง
ประวัติ
-อายุ 60 ปี
-สังกัดทางการเมือง ลงสมัครในนาม “ผู้สมัครอิสระ” ไม่พึ่งพิงพรรคการเมืองใด และไม่มีกลุ่ม สก. ในสังกัดโดยตรง
-ประวัติการศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะบินลัดฟ้าไปคว้าปริญญาโทจากสถาบันระดับโลกอย่าง MIT และจบปริญญาเอกด้านวิศวกรรมโยธาจากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา
-ประสบการณ์การทำงาน เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในสมัยแรก และอดีตผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่อย่าง Quality Houses
-ภาพจำและฉายาในโลกออนไลน์ เจ้าของฉายาในตำนาน “รัฐมนตรีที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” และมีมยอดฮิตติดลมบนอย่าง “เอ้า..เปิด” ที่สะท้อนบุคลิกติดดินและเข้าถึงง่ายของเขา

นโยบาย 4 หมวดหลัก (รวม 251 โครงการ)
“คนอยู่ดี
-ให้บริการตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้า
-ขยายสิทธิบัตรทองปฐมภูมิครอบคลุมเป็น 1.3 ล้านสิทธิ
-เพิ่มเตียงในโรงพยาบาลสังกัด กทม. อีก 2,000 เตียง พร้อมพัฒนาระบบคัดกรองเพื่อลดระยะเวลาการรอพบแพทย์ไม่เกิน 1 ชั่วโมง (สำหรับกรณีมีนัดหมาย)
-สร้างศูนย์กายภาพบำบัดในชุมชนเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง
“เมืองน่าอยู่”
-เพิ่มพื้นที่สีเขียวผ่านการสร้างสวนป่าล้อมเมือง และปลูกไม้ยืนต้นเพิ่ม 1 ล้านต้น พร้อมจดทะเบียน “ต้นไม้มรดกกรุงเทพฯ”
-สร้างต้นแบบเศรษฐกิจหมุนเวียนพัฒนา “Bangkok Green Eco Park” บนพื้นที่ 200 ไร่
-ยกระดับคลินิกสัตว์เลี้ยงและริเริ่มบริการสัตวแพทย์ออนไลน์
“โอกาสทางเศรษฐกิจ”
-สร้างแลนด์มาร์คใหม่ ได้แก่ สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา และพิพิธภัณฑ์เมืองกรุงเทพฯ
-สนับสนุนสตรีทฟู้ด (Street Food) บนดาดฟ้า (Roof-top) และการเปิดพื้นที่สาธารณะริมน้ำ
“ระบบมีประสิทธิภาพ”
-กำหนดให้ทุกนโยบายต้องมีตัวชี้วัดผลงาน (KPI) ที่สามารถวัดผลสัมฤทธิ์ได้จริง

ดร.โจ-ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มันสมองเศรษฐกิจดิจิทัลแห่งพรรคประชาชน
ประวัติส่วนตัว
-อายุ 44ปี
-สังกัดทางการเมือง “พรรคประชาชน” อย่างเต็มตัว โดยดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค
-ประวัติการศึกษา จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาวิทยาการสารสนเทศ ณ สถาบันเทคโนโลยีขั้นสูงแห่งเจแปน (JAIST) ประเทศญี่ปุ่น
-ประสบการณ์การทำงาน อดีตรองผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ), อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และยังมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาของศูนย์นวัตกรรม BIS (BIS Innovation Hub) ในระดับสากล
-ภาพจำและฉายาในโลกออนไลน์ ได้รับฉายาจากแฟนคลับการเมืองว่า “สส.หล่อบอกต่อด้วย” ควบคู่ไปกับภาพลักษณ์นักวิชาการหนุ่มมาดเนี้ยบ ผู้เป็นมือทำงานด้านเศรษฐกิจดิจิทัลระดับนานาชาติ

นโยบาย “กรุงเทพง่ายๆ” ทลายอุปสรรคเชิงโครงสร้าง
“การเลี้ยงครอบครัวง่าย”
-มุ่งพัฒนาและยกระดับคุณภาพศูนย์เด็กเล็กให้ได้มาตรฐานเพื่อความไว้วางใจของพ่อแม่
-จัดตั้งศูนย์ดูแลผู้สูงอายุและสร้างทีมนักดูแลมืออาชีพเพื่อรองรับผู้สูงวัยจำนวน 1.4 ล้านคนในกรุงเทพฯ โดยมุ่งเน้นกลุ่มติดบ้านและติดเตียงเป็นสำคัญ
-เพิ่มศักยภาพการรักษาของศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. เพื่อแก้ปัญหาขั้นตอน “ใบส่งตัว” ของผู้ใช้สิทธิบัตรทอง
“ค้าขายง่าย (โปร่งใส ไร้ส่วย)”
-พื้นที่ทำกิน ปลดล็อกและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของ กทม. และหน่วยงานรัฐในการค้าขาย
-พัฒนาทักษะ ยกระดับโรงเรียนฝึกอาชีพของ กทม. จำนวน 10 แห่ง ให้เป็นศูนย์พัฒนาทักษะใหม่ (Re-Skill) ที่เชื่อมโยงเข้ากับการจัดหางานจริง
-ปราบคอร์รัปชัน กำจัดการเรียกรับผลประโยชน์หรือ “ส่วย” ในกระบวนการขอใบอนุญาตทุกประเภท
“เดินทางง่าย”
-ทางเท้าเชื่อมต่อ เน้นการก่อสร้างทางเดินในร่ม (Covered Walkway) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางจากระบบขนส่งสาธารณะหลัก เช่น สถานีรถไฟ ป้ายรถเมล์ และท่าเรือ
-เทคโนโลยีนำทาง ติดตั้งระบบ GPS เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามตำแหน่งขนส่งสาธารณะได้แบบเรียลไทม์ (Real-time)
-นวัตกรรมขนส่งน้ำ เพิ่มการให้บริการเรือเมล์ใน 3 คลองสำคัญ และจัดเดินเรือในเส้นทางเลี่ยงที่ผู้ประกอบการเอกชนไม่ได้ให้บริการ
“ใช้ชีวิตง่าย”
-การจัดการขยะ บังคับใช้มาตรฐานสาธารณสุขให้โรงกำจัดขยะต้องทำงานด้วยระบบปิด หากมีปัญหากลิ่นเหม็นรบกวนชุมชนต้องสั่งหยุดดำเนินการทันที
-บริการภาครัฐดิจิทัล ปรับปรุงการติดต่อราชการให้ตรงไปตรงมาผ่านระบบดิจิทัล เพื่อตัดช่องวงจรเงินใต้โต๊ะเพื่อแลกความสะดวกรวดเร็ว…



