เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านเกาะปอ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ว่ามีฝูงค้างคาวแม่ไก่จำนวนมาก ไม่น้อยกว่า 300 ตัว เข้ามาอาศัยอยู่บนต้นไม้ใหญ่กลางชุมชน สร้างความเดือดร้อนรำคาญจากมูลค้างคาวที่ตกเกลื่อนหลังคาบ้านเรือน และยิ่งเพิ่มความวิตก หลังมีข่าวการแพร่ระบาดของ “ไวรัสนิปาห์” ในต่างประเทศ ซึ่งมีค้างคาวเป็นแหล่งแพร่โรคสำคัญ

นายเกษม หาญทะเล อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 4 บ้านเกาะปอ อ.เกาะลันตา เปิดเผยว่า ฝูงค้างคาวดังกล่าวเริ่มเข้ามาอาศัยอยู่บริเวณต้นมะขามยักษ์อายุกว่าร้อยปีในชุมชน นานกว่า 4–5 ปี จากเดิมมีเพียงไม่กี่สิบตัว ก่อนเพิ่มจำนวนต่อเนื่องจนปัจจุบันมากกว่า 300 ตัว ค้างคาวแต่ละตัวมีลำตัวยาวราว 30 เซนติเมตร เกาะห้อยหัวรวมกลุ่มแน่นบนกิ่งไม้ ช่วงค่ำจะออกหากิน และบินกลับรังในช่วงเช้ามืด จนเกิดภาพเงาดำทะมึนเต็มท้องฟ้า

อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยอีกว่า ช่วงแรก ฝูงค้างคาวกลายเป็นภาพแปลกตาและสร้างความตื่นเต้นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชน แต่หลังมีข่าวการระบาดของไวรัสนิปาห์ในประเทศอินเดีย ทำให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวเริ่มกังวล เกรงว่าอาจเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะมูลค้างคาวที่ตกใส่หลังคาบ้านและบริเวณโดยรอบ แม้จะพยายามไล่ก็ไม่เป็นผล เนื่องจากค้างคาวมีความคุ้นเคยกับพื้นที่แล้ว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหาแนวทางช่วยเหลืออย่างเหมาะสม หรือขอคำแนะนำวิธีในการขับไล่

ขณะเดียวกัน จังหวัดกระบี่ได้ยกระดับการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสนิปาห์อย่างเข้มข้น หลังประเทศอินเดียรายงานพบผู้ป่วยยืนยันเพิ่มเป็น 5 ราย ในรัฐเวสต์เบงกอล และมีการติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดกว่า 180 คน

นายอังกร ศีลาเทวากูล ผวจ.กระบี่ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ซึ่งเป็นจุดประสานงานตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากทางราชการ และไม่ตื่นตระหนก

ปัจจุบันท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ มีเที่ยวบินตรงจากประเทศอินเดียประมาณ 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ แต่ไม่ใช่เที่ยวบินจากเมืองโกลกาตา ซึ่งเป็นพื้นที่พบการระบาด อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการคัดกรองผู้เดินทาง หากพบผู้ที่มีไข้สูงหรืออาการเข้าข่าย จะมีการตรวจประเมินเพิ่มเติมทันที

ด้านนายแพทย์สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ระบุว่า ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน ผู้ป่วยอาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย อาเจียน และอาจรุนแรงถึงขั้นสมองอักเสบ ชัก หรือเสียชีวิตได้ โดยสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสสารคัดหลั่งของสัตว์ โดยเฉพาะค้างคาวผลไม้ การรับประทานอาหารหรือผลไม้ที่ปนเปื้อน รวมถึงการติดต่อจากคนสู่คนผ่านสารคัดหลั่ง

ทั้งนี้ ขอแนะนำประชาชนล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่วย ไม่รับประทานผลไม้ที่มีรอยกัดแทะหรือผลไม้ตกพื้น และหากมีประวัติเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงแล้วมีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติเสี่ยงทันที