กรณีที่ศาลอาญาได้อนุมัติหมายจับ นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวก รวม 7 ราย เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา ตามคำร้องของพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีพิเศษที่ 64/2567 ความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยศาลพิจารณาเห็นว่าผู้ต้องหาน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีอัตราโทษจำคุกสูงเกินกว่า 3 ปี อีกทั้งมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนีและไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงให้อำนาจพนักงานสอบสวนจับกุมตัวภายในอายุความ 15 ปี จากนั้นในวันที่ 26 ม.ค. 69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มีการตั้งโต๊ะแถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในกรุงเทพมหานคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย จากทั้งหมด 7 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่เหลืออีก 3 ราย คือ นายแทนไท ณรงค์กูล และ 2 แอดมิน รวมถึงยังได้มีการตรวจยึดรายการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ อาทิ กระเป๋าถือของสตรี ยี่ห้อ Goyard, ยี่ห้อ Louis Vuitton, หุ่นยนต์ Ironman, ตุ๊กตาอาร์ททอย เป็นต้น ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
DSI บุกทลายเครือข่ายเว็บหนังเถื่อนพ่วงพนัน ฟอกเงินพันล้าน “แทนไท” โดนหมายจับ-ยังล่องหน
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 64/2567 กรณีนายแทนไทย กับพวก รวม 7 รายร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน จากการพัวพันเว็บไซต์หนังเถื่อน “movie2free” และพนันออนไลน์ ว่า ภายหลังจากที่วานนี้ (26 ม.ค.) คณะพนักงานสอบสวนได้สนธิกำลังเปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา รวมทั้งได้มีการตรวจยึดรายการทรัพย์สินที่เชื่อว่าได้มาจากการกระทำความผิดหลายรายการ อย่างไรก็ตาม จาก 7 หมายจับของศาล พนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสะกดรอยและการข่าว สามารถจับกุมได้แล้ว 4 ราย จึงยังเหลือผู้ต้องหาอีกเพียง 3 ราย หนึ่งในนั้นคือนายแทนไท ณรงค์กูล กับพนักงานแอดมินอีก 2 ราย ซึ่งแอดมินทั้งสองรายนี้ ค่อนข้างเป็นผู้เชี่ยวชาญ มีความรู้ความสามารถในส่วนของเทคโนโลยีและดิจิทัล คอยทำหน้าที่แปลงสกุลเงินคริปโตเคอเรนซี โดยแปลงจากเงินบาทเป็นเงินคริปโตฯ ทั้งนี้ ทั้งนายแทนไท และ 2 แอดมิน ยังไม่ได้มีการประสานขอเข้ามอบตัวกับคณะพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด มีเพียงการพยายามเข้ามาติดต่อสอบถามของกลุ่มคนปริศนา ว่าถ้าหากจะขอยื่นประกันตัวนายแทนไท จะต้องใช้หลักทรัพย์ หรือมีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง
ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนก็ได้ชี้แจงไปว่า การจะให้ประกันตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือไม่นั้น เป็นดุลพินิจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งต้องพิจารณาประกอบกับอัตราโทษ และพฤติการณ์ทางคดี เป็นต้น ไม่ใช่เรื่องของจำนวนหลักทรัพย์ที่จะมาวางสำหรับการเข้ามอบตัวของผู้ต้องหาแล้วไปรับประกันว่าจะได้รับการประกันตัว ซึ่งไม่ใช่หลักการทำงานของคณะพนักงานสอบสวน ดังนั้น สิ่งสำคัญ คือ การชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของเจ้าตัว ว่ามีพยานหลักฐาน หรือถ้อยคำให้การใดที่จะใช้หักล้างต่อข้อกล่าวหาของคณะพนักงานสอบสวนได้บ้าง ซึ่งการให้ถ้อยคำ ไม่ว่าจะประเด็นใด หักล้างในประเด็นใด ย่อมเป็นผลดีต่อผู้ถูกกล่าวหาอยู่แล้ว ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนก็ยืนยันให้ความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา เราเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงในส่วนที่เขาอยากชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ใจทั้งหมด ตามที่ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ให้สัมภาษณ์แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนไปว่าตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ถือว่าผู้นั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ไว้ก่อน
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 64/2567 เผยอีกว่า กรณีที่นายแทนไท ณรงค์กูล ได้อัปโหลดสตอรี่ผ่านบัญชีอินสตาแกรมส่วนตัว (IG Story) ในลักษณะเชิงตัดพ้อว่าคดีใดก็ไปเกี่ยวพันกับชื่อของเขา เหมือนคดีเก่าผ่านไปคดีใหม่ก็เข้ามานั้น คณะพนักงานสอบสวนขอชี้แจงว่า เรื่องคดีเก่าก็เป็นในส่วนของเรื่องคดีเก่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือคดีที่พบพยานหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงถึง และทั้งสองคดีเก่า-ใหม่นี้ ก็ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด เพราะพฤติการณ์ทางคดี พนักงานสอบสวนจะต้องแบ่งแยกอยู่แล้วว่า ใครคือผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และใครคือผู้ฟอกเงินจากการทำเว็บไซต์ออนไลน์ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ แล้วไปเกี่ยวพันกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งบทบาทเหล่านี้ มันก็เป็นได้ทั้งคนละคน หรือเป็นคนเดียวกันก็ได้

ฉะนั้น บุคคลอาจไม่ได้เป็นผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ แต่อาจนำเงินที่ได้จากการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไปใช้ จึงทำให้เกิดข้อกล่าวหาฟอกเงินจากคดีมูลฐานเกิดขึ้น ดังนั้น การที่ผู้ถูกกล่าวหาได้เข้ามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของตัวเองจะเป็นเรื่องที่ดีมากกว่า เพราะเวลาพนักงานสอบสวนสอบค้านประเด็นพฤติการณ์ทางคดี พนักงานสอบสวนย่อมมีหลักฐานหลายรายการที่จะใช้ในการสอบผู้ถูกกล่าวหาอยู่แล้ว ไม่ใช่เพียงการนำเอาพยานหลักฐานเพียงรายการใดรายการหนึ่งไปมัดพฤติการณ์การกระทำของบุคคล ไม่ใช่แค่การสอบปากคำพยานเพียงปากเดียวอย่างแน่นอน ยืนยันได้ว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะไม่มีการสื่อสารในทำนองลักษณะเป็นการเรียกรับประโยชน์ หรือยื่นเงื่อนไขใด ๆ ต่อผู้ถูกกล่าวหาเด็ดขาด
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 64/2567 เผยต่อว่า หลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะได้ขยายผลจากรายการทรัพย์สินและเส้นทางการเงินของผู้ต้องหาทั้ง 7 รายต่อไป เพราะเชื่อว่ายังคงมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หรือได้มาจากการกระทำความผิด และเนื่องจากทรัพย์สินจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ ทรัพย์สินที่ได้มีการตรวจยึด อาทิ ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ และสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินที่ยังมีความเคลื่อนไหว ดังนั้น พนักงานสอบสวนจะดำเนินการอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อที่จะได้ทำการอายัดทรัพย์สินที่ยังมีความเคลื่อนไหว แต่ยังไม่ได้ถูกยึดอายัดเหล่านี้ ก่อนจะมีการซุกซ่อน ยักย้าย ถ่ายเท หรือแปรสภาพทรัพย์สินไปก่อน จากนั้นจึงจะมีการสรุปสำนวนรายการทรัพย์สินที่ยึดอายัดทั้งหมดนำส่งให้สำนักงาน ปปง. ได้ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ต่อไป.



