เมื่อวันที่ 27 มกราคม ที่สำนักงานประกันสังคม ได้มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ด สปส.) เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น จนถึงเวลา 14.30 น. จากนั้นจึงมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยพ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงว่า ระบบการใช้งาน ของผู้ประกันตนซึ่ง สำนักงานประกันสังคมไม่เคยนิ่งนอนใจ และมีการรายงานในบอร์ดให้รับทราบต่อเนื่อง ถึงแนวทางแก้ปัญหาต่างๆ และแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในวาระการพิจารณาแต่บอร์ดก็ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้ และนำมาสู่การแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน

“ผมในฐานะประธานคณะกรรมการประกันสังคม จึงขอเป็น ตัวแทนคณะกรรมการทุกคน ขอประทานโทษขอกราบขอโทษ พี่น้องผู้ประกันตนที่อาจจะไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งเป็นสิ่งที่คณะกรรมการประกันสังคมมีการถกเถียงกันอย่างมาก ถือเป็นเรื่องสำคัญแม้ว่าไม่อยู่ในวาระการประชุม คณะกรรมการทุกท่านพยายามทำให้เรื่องนี้คลี่คลาย ซึ่งแก้ไขได้ในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อให้ทันต่อความเดือดร้อนของผู้ประกันตน ผมจึงขอ กราบขอโทษด้วยความตั้งใจจริงๆ”พ.ต.ท.วรรณพงษ์ กล่าว พร้อมยกมือไหว้ขอโทษผู้ประกันตน

ด้าน นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุตรดี กรรมการ ประกันสังคม กล่าวว่า ประเด็นปัญหา Application เรามีข้อสังเกตโดยยืนยันว่าต้องสื่อสารที่ตรงไปตรงมาว่าปัญหาเกิดจากอะไร โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบชิ้นงานการพิจารณาค่าปรับและการชดเชย ให้กับผู้ประกันตนที่เสียโอกาสในเรื่องนี้

ขณะที่ น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาสปส. กล่าวว่า เรื่องความเดือดร้อนของผู้ประกันตนนั้นเราไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะตั้งแต่ปิดระบบมาจนถึงกระทั่งเปิดระบบมาถึงวันที่ 5 ม.ค. เราใช้วิธีการ เนื่องจากมีปัญหาเรื่องระบบและ User การใช้งานในช่วง ที่มีคนใช้หนาแน่นทำให้ระบบมีปัญหาตอนนี้เราจึงมีการจัดสรรเวลา ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการเรื่องของการเกี่ยวกับการว่างงาน ของกรมการจัดหางานซึ่งเพิ่มขึ้นตลอดเวลามาเข้าสู่ ระบบฐานข้อมูลแล้วแต่มีประเด็นเรื่องการอนุมัติ ซึ่ง มีปัญหาจะต้องทยอยทำโดยพยายามทำให้ได้วันละ 35,000 คนแต่ก็ยังทำไม่ได้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะใช้เวลา 7-10 วัน นำเข้าข้อมูลทั้งหมดขณะเดียวกันก็ระดมเจ้าหน้าที่มายังส่วนกลางเพื่อมาปฏิบัติงานในห้วงเวลาที่แตกต่าง จากการใช้ Application ดังนั้นจึงขอยืนยันว่าจะเร่งรัด ให้สามารถจ่ายเงิน กรณีว่างงานและกรณีอื่นๆให้รวดเร็วยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้ามีการดำเนินการที่เคาน์เตอร์เราก็สามารถอนุมัติและจ่ายเงินได้เลยซึ่งปกติเราก็ทำคู่ขนานกับการยื่นผ่านระบบอยู่แล้ว

นางนงค์ลักษณ์ กอวรกุล รองเลขาสปส. กล่าวว่าส่วนการปรับ ผู้จะทำ application สัญญาเริ่มตั้งแต่ปี 2564 ครบกำหนดสัญญาคือ ธันวาคม 2566 ตอนนี้ตรวจรับเสร็จแล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ในส่วนค่าปรับ คิดจากการส่งมอบงานล่าช้า ลบกรณียกเว้นตามกระทรวงการคลัง อยู่ที่ 153 วัน ส่วนประเด็นกันจ้างช่วง อีก 34 ล้านรวม 2 ส่วนนี้ 163 ล้านแต่ยังไม่ได้รวมค่าเสียหายอื่นๆ ซึ่งในส่วนที่คิดได้เบื้องต้นคือค่าที่บำรุงรักษาในช่วงที่ส่งมอบงานล่าช้า ปีละ 200 ล้านบาท ตรงนี้ได้เสนอตั้งคณะทำงาน พิจารณาเรื่องค่าเสียหาย ที่รวมทั้งหมด รวมทั้ง กรณีที่ผู้แทนผู้ประกันตนเสนอมาจะถูกนำไปคิดร่วมด้วย

เมื่อถามว่ากรณีมีข้อเรียกร้อง ให้สำนักงานประกันสังคมต้องจ่ายดอกเบี้ย ให้กับผู้ประกันตนที่ทำเรื่องร้องขอรับสิทธิประโยชน์ แต่ไม่อาจรับได้เนื่องจากมีปัญหาที่ระบบ ทางบอร์ด สปส. มีการพูดคุยเรื่องนี้

อย่างไร พ.ต.ท.วรรณพงษ์  กล่าวว่า เรื่องนี้ก็มีข้อกฎหมายต่างๆ รวมถึงความเสียหายต่างๆที่เกิดขึ้นที่เราต้องรวบรวมมา คงยังให้ตัวเลขที่ชัดเจนไม่ได้ เพราะอาจมีหลายส่วนที่มาเกี่ยวข้องทั้งผู้ที่ได้รับผลกระทบ และผู้รับจ้างด้วย อย่างไรก็ตามหากมีความชัดเจน ซึ่งทางบอร์ดมีการพิจารณาเรื่องนี้เป็นสำคัญอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงการเก็บเงินสมทบเพิ่มเป็น 875 บาท มีเหตุผลเช่นใด นางนิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการ สปส. กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประกันตนจะได้รับนอกจากอัตราเดียวเท่ากันทุกคนเช่นค่าทำศพ ถ้าทำฟัน ค่าคลอด เป็นต้นแต่จะมีสิทธิประโยชน์อีกส่วนหนึ่งที่ไปสัมพันธ์กับค่าจ้างที่นำส่งเงินสมทบ ทั้งนี้ที่ผ่านมาส.สไม่ได้ปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดมาเป็นระยะเวลากว่า 30 ปีแล้ว การปรับครั้งนี้ก็เพื่อสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน เพราะมีประกันตนหลายคนบ่นว่าได้รับบำนาญน้อยนิด ก็จะมาเพิ่มในส่วนนี้.