นายดนัย เรืองสอน อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ และสิ่งก่อสร้างประกอบอื่น ๆ พร้อมครุภัณฑ์อำนวยความสะดวก ท่าอากาศยานนราธิวาส จ.นราธิวาส ณ เดือน ม.ค. 2569 ภาพรวมมีความคืบหน้าอยู่ที่ 62.62% ซึ่งที่ผ่านมา ทย. ร่วมกับ บริษัทผู้ควบคุมงาน เร่งรัดงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้งานอาคารที่พักผู้โดยสาร อาคารบริการงานระบบ ห้องน้ำรวมภายนอก ทางเดินเชื่อม ซุ้มประตู และอาคารรับเสด็จ รวมถึงปรับปรุงพื้นที่รอบโครงการ  ถนน ลานจอด และโรงจอดรถ ใกล้แล้วเสร็จ

นายดนัย กล่าวต่อว่า สำหรับสาเหตุความล่าช้าของโครงการฯ เนื่องมาจากผู้รับจ้างขาดแคลนวัสดุ และแรงงานที่จะเข้าไปทำงานในพื้นที่ ขาดสภาพคล่องทางการเงิน รวมถึงปัญหาอุทกภัย ทั้งนี้ผู้รับจ้างได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างตามสัญญาเมื่อวันที่ 16 มี.ค. 2565 ระยะเวลาสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2568 ซึ่งเมื่อเลยกำหนดตามสัญญา ทย. ได้แจ้งสงวนสิทธิ์การเรียกค่าปรับตามสัญญา รวมทั้งแจ้งจะบอกเลิกสัญญาจ้างหากไม่มีการเร่งรัดงาน โดยท้ายที่สุดผู้รับจ้างยืนยันจะทำงานต่อให้แล้วเสร็จ และยินยอมเสียค่าปรับให้แก่ ทย. โดยไม่มีเงื่อนไข ปัจจุบันผู้รับจ้างได้เร่งรัดงานก่อสร้าง และ ทย. ได้ติดตามประเมินผลงานเป็นระยะ พร้อมเร่งรัดงานก่อสร้าง โดยจะให้แล้วเสร็จภายในปี 2569

นายดนัย กล่าวอีกว่า งานก่อสร้างที่ผู้รับจ้างต้องดำเนินการ ประกอบด้วย 1.ก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 12,000 ตารางเมตร (ตร.ม.) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สะพานเทียบเครื่องบิน งานลิฟต์ และบันไดเลื่อน สายพานลำเลียงสัมภาระ พร้อมทางเชื่อมต่ออาคารที่พักผู้โดยสารหลังเดิม 2.ปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารหลังเดิม เป็นสำนักงานท่าอากาศยาน และพื้นที่รองรับผู้โดยสารช่วงพิธีฮัจญ์ พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 3,000 ตร.ม. และ 3.ก่อสร้างอาคารประกอบอื่นๆ ผังบริเวณที่เกี่ยวข้อง อาทิ งานต่อเติมหลังคาอาคารอเนกประสงค์เพื่อรองรับผู้มาประกอบพิธีฮัจญ์ อาคารห้องน้ำ อาคารจุดตรวจค้นหน้าท่าอากาศยาน งานถนนโดยรอบอาคาร และงานภูมิสถาปัตยกรรม

นายดนัย กล่าวด้วยว่า เมื่อก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่แล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรับรองผู้โดยสารให้กับท่าอากาศยานนราธิวาสมากขึ้น เป็น 600 คนต่อชั่วโมง หรือประมาณ 1.7 ล้านคนต่อปี จากเดิมประมาณ 8 แสนคนต่อปี จะช่วยลดความแออัดของอาคารหลังเดิม เพิ่มความคล่องตัวในการให้บริการผู้โดยสาร ทั้งขาเข้าและขาออก ประชาชนจะได้รับการบริการที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น

นอกจากนี้การติดตั้งครุภัณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพิ่มความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทุกกลุ่ม ส่วนการปรับปรุงอาคารที่พักผู้โดยสารหลังเดิมให้เป็นพื้นที่รองรับผู้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์โดยเฉพาะ จะช่วยแยกการใช้งานพื้นที่อย่างเป็นระบบ และที่สำคัญการพัฒนาท่าอากาศยานนราธิวาส จะช่วยกระตุ้นการเดินทาง การท่องเที่ยว และการลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งผลให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายความเจริญสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

“ทีมข่าวนวัตกรรมขนส่งเดลินิวส์” รายงานว่า สำหรับผู้รับจ้างโครงการฯ คือ กิจการร่วมค้าซีไอเอส ประกอบด้วย บริษัท ไอเอสโอ เอนจิเนียริ่ง จำกัด และบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งบริษัท ไชน่า เรลเวย์ฯ เป็นหนึ่งในบริษัทที่สร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 30 ชั้น ที่เกิดเหตุถล่มลงมาจากแผ่นดินไหวช่วงที่ผ่านมา