สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า แฟนบอลในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะแฟนบอลอิหร่านจำนวนมากรู้สึกว่าพวกตนถูกโกงจากผลการแข่งขันที่ออสเตรีย เสมอ แอลจีเรีย 3-3 ซึ่งเป็นการจูงมือกันเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายด้วยกัน พร้อมกับถีบส่ง อิหร่าน ตกรอบแรก โดยพากันเรียกร้องให้ฟีฟ่าเข้ามาตรวจสอบ และตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดมากมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ก่อนเกมดังกล่าว แอลจีเรีย และ ออสเตรีย มีอยู่ 3 แต้มเท่ากัน ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะจะเข้ารอบ และเขี่ยอีกทีมตกรอบ พร้อมกับพาอิหร่าน ที่อยู่อีกกลุ่มเข้ารอบไปด้วย แต่ถ้าจบด้วยผลเสมอกัน ออสเตรีย จะเป็นที่ 2 ในสายไปเจอกับสเปน และ แอลจีเรีย จะเป็นที่ 3 ไปเจอกับสวิตเซอร์แลนด์

หลังจากที่เกมเสมอกัน 2-2 ไม่มีใครกล้าผลีผลามบุก ยิ่งช่วยท้ายแฟนบอลยิ่งโห่เสียงดังสนั่น มีการกล่าวหานักเตะออสเตรียว่า “แค่เดินเล่นไปมา” บางคนกล่าวว่า “มันเป็นเรื่องน่าอับอาย” และ “เป็นเกมที่ถูกจัดฉากมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา” ขณะที่แฟนบอลอีกคนเรียกมันว่า “เรื่องอื้อฉาว”

คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่าตอนเสมอ 2-2 ทั้งสองฝ่ายดูเหมือนแค่ส่งบอลไปมามากกว่าที่จะพยายามเอาชนะ ออสเตรีย พอใจกับการเสมอแม้ต้องไปเจอกับสเปน เพราะต่อให้ชนะก็เป็นที่ 2 อยู่ดี ส่วนแอลจีเรียก็ยิ่งพอใจกับการเป็นที่ 3 ไปเจอกับสวิตเซอร์แลนด์

อย่างไรก็ตามชาวเน็ตตั้งข้อสังเกตว่า ริยาด มาห์เรซ ที่ยิงประตูนำ 3-2 เหมือนจะลืมคิดเรื่องนี้ไป เพราะหลังฉลองเสร็จแล้ว ไอส์ซา มันดี เอามือปิดปากพูดกับมาห์เรซ ที่มีสีหน้าดูสับสนทันที แฟนบอลคนหนึ่งเชื่อว่า มันดี เพิ่งบอก มาห์เรซ ว่าถ้าทีมชนะ จะต้องไปเจอกับสเปน ไม่กี่นาทีจากนั้นออสเตรียก็ทำประตูตีเสมอได้อย่างกับปาฏิหาริย์

ราล์ฟ รังนิค ผู้จัดการทีมชาติออสเตรีย ยืนยันว่าไม่มีการจัดฉากเพื่อผลเสมอ ถ้าหากมีคนบอกก่อนว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นในช่วงสามนาทีสุดท้าย ก็ต้องบอกว่าคนนั้นบ้าไปแล้ว ตนเป็นโค้ชมา 40 ปี ไม่เคยมีเกมไหนที่พลิกผันเช่นนี้มาก่อน